ผลกระทบไข้โควิด 19 ในประเทศไทย

หลังจากวิกฤตสภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับโรคไข้โควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้มีผลขยายวงกว้างออกไปทั่วโลก และดูแน้วโน้มว่ามีโอกาสที่ขยายๆ ขึ้นไปอีก

ซึ่งมาตรการการรักษาหรือป้องกันของแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันไป บางประเทศเริ่มมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางประเทศก็เริ่มทยอยรักษาและช่วยให้คนไข้หายได้มากขึ้นเหมือนกัน และบางประเทศก็ต้องเสียบุคคลากร อย่างเช่นหมอหรือพยาบาลที่เสียสละและต่อสู้ช่วยเหลือเพื่อรักษาคนไข้หลายๆ คนให้หายจากอาการเหล่านี้

แล้วประเทศไทยหล่ะจะเป็นยังไง ซึ่งนับตั้งแต่ภาวะที่เกิดขึ้นมา คนไทยต้องรับมือและป้องกันตัวเองด้วยการหาหน้ากากอนามัย หรือเจลล้างมือเข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งบางคนก็หาได้ และบางคนก็หาไม่ได้ ซึ่งหลังจากที่เริ่มมีข่าวว่าคนไทยบางคนเริ่มติดเชื้อไข้โควิดนั้น ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวล และหวาดระแวงกันมากขึ้น

จนถึงบางบริษัท หรือบางองค์กรต้องมีคำสั่งห้ามไม่ให้คนที่เข้าข่ายภาวะสุ่มเสี่ยง มาทำงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไว้ก่อน  จึงทำให้ตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มมีความวิตก และกังวลพ่วงกันเป็นลูกโซ่ เพราะพอคนเริ่มไม่ได้ทำงาน

ยิ่งถ้าเป็นลูกจ้างรายวันแล้วด้วย จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้นไม่มีรายได้ และมีเงินหรือกำลังพอที่จะซื้อหรือจับจ่ายใช้สอยของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ในแต่ละวัน นั่นจึงผลกระทบไปต่อผู้ค้า พ่อค้าและแม่ค้า ที่ไม่รู้จะขายของให้กับใคร มีแต่คนขายแต่ไม่มีคนซื้อ และนั่นจึงทำให้เป็นลูกโซ่ ที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ ขาดรายได้ไปอีก

ส่วนองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ก็มีผลกระทบ ยิ่งพวกธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มพังกันเป็นโดมิโน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว พวกไกด์หรือคนนำเที่ยวก็ไม่มีรายได้ พอนักท่องเที่ยวไม่มา โรงแรมหรือที่พักก็ไม่มีคนพัก พอโรงแรมหรือที่พักไม่มีคนใช้บริการ พนักงานก็ไม่มีงานทำ เพราะทางเจ้าของธุรกิจก็ต้องหยุดกิจการ ถึงแม้จะไม่ได้บอกการเลิกจ้าง

แต่เป็นการให้หยุดโดยที่ไม่ได้รับรายได้ หรือแม้แต่สายการบินยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสีแดงหรือสีม่วง ตอนนี้ต้องหยุดไฟลท์บินกันเป็นว่าเล่น เพราะไม่มีคนเดินทางออกไปเที่ยวซึ่งต่อให้กล้าเสี่ยงที่จะบินไปเที่ยว แต่ประเทศที่คุณบินไปจะเข้าประเทศเค้า

เค้าก็ไม่ต้อนรับ เพราะประเทศเค้าเองก็มีมาตราการการป้องกันเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกสักระยะอย่างน้อยก็เกือบ 3 เดือน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ปากท้องของพนักงานลูกจ้างและ เจ้าของธุรกิจ จะทำกันอย่างไรต่อไป

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

เครื่องช่วยฟังจำเป็นต่อใครบ้าง  

อุปกรณ์ที่ช่วยในการฟังให้ดีมากขึ้นนั้นก็คือ เครื่องช่วยฟัง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีความสำคัญกับการที่ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินเป็นปัญหาที่ใหญ่มากสำคัญสังคมดังนั้นเราควรหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีปัญหาเหล่านี้มีปัญหามากขึ้น หรือเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นในสังคม 

แนวทางการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินมากขึ้น

ในสังคมที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มีคนส่วนใหญ่ที่ประสบกับปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากมีการยับยั้งเรื่องของการเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้ก็ควรที่จะยับยั้งเพื่อไม่ก่อให้เกิดบุคคลที่มีปัญหามากขึ้น แนวทางการแก้ไขนั้นก็คือ 

เราไม่ควรนำตัวของเรานั้นเข้าไปอยู่กับสังคมที่มีแต่เสียงที่ดังจนเกินไป ส่วนใหญ่เสียงที่มีความดังมากเกินไปจะส่งผลกระทบขั้นร้ายแรงที่มีความรุนแรงต่อหูเราควรห่างกับเสียงที่มีความรุนแรงมากเพื่อหูของเราจะได้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย 

หากเราต้องทำงานที่เกี่ยวกับการใช้เสียงเราควรหาเครื่องมือที่ป้องกันการได้ยินเสียงในระดับที่มีความรุนแรงมาก เพราะมันส่งผลให้หูของเราเกิดการเสียหายไปยังระบบข้างในของหู ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักจะเสียเพราะเรื่องนี้กันมากเป็นอันดับต้นของการที่ทำให้เกิดความเสียหาย

การนั่งเครื่องบินที่บ่ยครั้ง เชื่อว่าบางท่านที่มีการเดินทางในการทำงานโดยนั่งเครื่องบินบ่อยครั้งหรือท่านที่จะต้องเดินทางขึ้นเขาบ่อยๆอาจจะมีช่วงที่ทำให้เกิดการหูอื้อเพราะเนื่องจากสภาพอากาศและแรงดันได้เปลี่ยนแบบกระทันหัน ดังนั้นหากเรามีเรื่องที่เกี่ยวกับหูด้วยแล้ว เราจะต้องคอยสังเกตุเกี่ยวกับอาการของตนเองให้ดีๆเพราะอาการหูอื้อบ่อยๆไม่ใช่เพราะการขึ้นที่สูงเท่านั้น แต่อาจจะรวมไปถึงการเกิดปัญหาที่เกี่ยวกับภายในระบบของหูเราก็ได้

สำหรับเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับหูนั้น คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองไม่ควรปล่อยปะละเลยให้มากนัก เพราะเด็กอาจจะเป็นมากกว่าที่เราคาดเดาเสียด้วย ยิ่งเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถพูดไม่ได้ยิ่งน่ากังวลเข้าไปใหญ่ เพราะแค่อาการเป็นหวัดของเด็กเล็กเพียงเท่านั้นก็สามารถทำให้กระทบถึงระบบหูของเด็กได้เหมือนกัน 

เนื่องจากเด็กมีท่อต่อที่เป็นการเชื่อมต่อของหูและจมูกค่อนข้างสั้น ดังนั้นจึงเกิดการเชื่อมต่อกันค่อนข้างง่ายกว่าผู้ใหญ่ดังนั้นจึงควรพาเด็กไปพบแพทย์ในตอนแรกที่มีอาการป่วย อย่าปล่อยให้เด็กมีอาการที่รุนแรงจนเกินไปเพราะมันก็เสี่ยงที่เด็กเล็กๆแบบนั้นจะมีอาการเกี่ยวกับโรคอื่นๆตามมาได้เช่นกัน โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับหูในวัยเด็กยิ่งสำคัญใหญ่               

น้ำหนักตัวที่มากมีผลต่อการรักษาหูตึงหรือไม่?

หลายคนยังไม่ทราบว่าน้ำหนักตัว หรือที่เราเรียกว่าคนอ้วนนั้นมีผลอะไรต่อการโรคทางการได้ยิน ความจริงก็คือโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาอยู่ตลอดเวลาจนกว่าสุขภาพจะดีขึ้นหรือต้องลดน้ำหนัก เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไขมันในเลือดสูง ที่ต้องใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัจจัยให้ประสาทหูเสื่อมเร็วขึ้นได้มากกว่าปกติ 

เมื่อรู้ข้อมูลแบบนี้แล้ว จึงเป็นเรื่องสำคัญมากว่าเราต้องดูแลรักษาสุขภาพให้อยู่ในเกณฑ์ดีอยู่เสมอ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจแทรกซึมมาแบบที่เราเองก็ไม่รู้ตัว และเพื่อไม่ให้การรักษาเป็นไปได้ยากมากขึ้น เราควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อให้การดูแลตัวเองเป็นในทางที่ถูกต้องด้วย 

อย่างที่บอกไปในย่อหน้าแรกว่ายาบางชนิดให้ผลการรักษาที่เห็นผลด้านหนึ่ง แต่ก็อาจเป็นอันตรายต่ออีกด้านหนึ่ง ซึ่งในแง่ของข้อดีข้อเสีย แพทย์ที่ทำการรักษาจะเป็นคนพิจารณาให้เราเอง เพียงแต่เบื้องต้นเราต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้อยู่ในระดับที่เป็นปกติให้มากที่สุด ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายควบคู่กันไป ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างดีที่สุด แต่ให้เน้นที่การมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นหลัก 

อาการที่ส่งสัญญาณว่าคุณเริ่มมีอาการประสาทหูเสื่อม และสังเกตได้ง่ายที่สุดคือเริ่มได้ยินไม่ชัดในระดับเสียงพูดที่ปกติ โดยถ้าเป็นบ่อยและรีบไพบแพทย์ก็จะได้รับการตรวจรักษาได้อย่างทันท่วงที บางรายอาจรักษาได้หายเป็นปกติ ซึ่งก็ต้องแล้วแต่เคสกันไป แต่สำหรับคนที่มีปัญหาทางการได้ยิน และมีน้ำหนักตัวมาก กำลังรับการรักษาอยู่ ต้องระวังโรคที่แทรกซ้อนที่ตามมาจะทำให้ประสาทหูของคุณเสื่อมมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นอันตรายต่อการรักษา 

คำแนะนำสำหรับคนไม่อยากมีปัญหาทางการได้ยิน สิ่งแรกที่ทำได้เลยก็คือการไม่เอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง ระดับเสียงที่เกิน 80 เดซิเบล ติดต่อกันนานกว่า 8 ชั่วโมง เป็นอันตรายกับชีวิตมาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคประสาทหูเสื่อม นำมาซึ่งอาการหูตึง หูหนวก หูดับได้ในที่สุด และนอกเหนือจากนั้นยังมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ จากการที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ จะยิ่งทำให้การรักษาประสาทหูเป็นได้อย่างยากลำบาก สุดท้ายคนที่ไดรับผลกระทบมากที่สุด ก็คือตัวผู้ป่วยเอง 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าได้ตื่นตระหนก เพราะอาการประสาทหูเสื่อมนั้นมีได้หลายสาเหตุ เช่น น้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการบ้านหมุน ได้ยินเสียงดังแบบฉับพลัน เช่นเสียงระเบิด หรือกลุ่มคนที่มีอายุมาก ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางหูได้ทั้งหมด ถ้าดูแลตัวเองดีก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล  

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

บุหรี่ไฟฟ้ากับกฏหมายประเทศไทย

เราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยของนั้นยังไม่สามารถซื้อหรือทำการขายบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างโจ่งแจ้งเพราะบุหรี่ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายของประเทศไทยของเราอยู่ แต่ว่าก็ยังมีการแอบซื้อแอบขายกันอยู่ตลอดเวลาโดยพ่อค้าหรือแม่คนั้นลักลอบนำเอาบุหรี่ไฟฟ้ามาขายหรือเพื่อนำมาจำหน่ายโดยอาศัยการขายที่เป็นการขายทางอินเตอร์เน็ตและตลาดมืดที่เรารู้จักกันนั้นแหละ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นถือได้ว่ามีความผิดททางด้านของกฏหมายอะไรบ้างและความผิดของการซื้อหรือขายและใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีความผิดมากขนาดไหน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากสำหรับท่านที่สนใจต้องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะได้คอยรับมือกับปัญหาที่จะตามมาว่ามันร้ายแรงขนาดไหนบ้าง

ความผิดที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้วห้ามโดยเด็ดขาด โดยห้ามทั้งนำเข้าหรือห้ามขายในราชอาณาจักรโดยทั้งหมดนี้ได้มีการประกาศจากกระทรวงพาณิชย์ว่า บุหรี่ไฟฟ้านั้นคือสิ้นค้าต้องห้าม โดยมีการห้ามนำเข้าที่ขายในราชอาณาจักรตั้งแต่เมื่อปีพุทธศักราช 2557 หากผู้ใดมีการฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้านี้เป็นสินค้าที่ห้ามขายหรือแม้แต่ให้บริการก็ตาม ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการห้ามขายหรือห้ามแม้แต่ให้บริการสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าหรืออะไรก็ตามแต่ที่มีส่วนที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยตรง ดังเช่น อะไหล่ของบุหรี่ไฟฟ้า หรือแม้แต่น้ำยาของบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม

-ผู้ขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-ผู้ผลิตหรือสั่งนำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-ผู้ให้บริการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากมีการฝ่าฝืนจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นถือได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นสสิ่งที่ผิดกฏหมาย แต่อันที่จริงเราก็ยังเห็นคนนำมาใช้กันอยู่ตามสถานบันเทิงต่างๆ โดยมักจะมีผู้ใช้งานเยอะพอสมควร อย่างไรก็ตามหากอ่านบทลงโทษแล้วก็ควรที่จะระวังตัวหรือควรเลิกใช้กันน่าจะดีกว่าเพราะมันคือสิ่งที่ผิดกฏหมาย ดีไม่ดีโดนจับขึ้นมาจะแย่เข้าไปใหญ่ อะไรที่ไม่ผิดกฏหมายก็ทำไปแต่หากมันผิดกฏหมายทำแล้วต้องหลบๆซ่อนๆอย่าทำจะดีกว่าเพราะโดนจับมามันไม่คุ้มหรอกนะ

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick รีวิว

โรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่

ในแต่ละปีผู้คนส่วนมากมักจะเป็น โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเราจะพบผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้จากคนทุกกลุ่มแต่ที่จะพบมากเป็นพิเศษก็คือกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งไข้หวัดใหญ่จะพบว่าเป็นกันมากยิ่งในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว

ซึ่งการไข้หวัดใหญ่จะเป็นการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเจ้าเชื้อไวรัสที่สร้างปัญหาชนิดนี้คือไวรัสอินฤลูเอนซา  ในปัจจุบันไข้หวัดใหญ่แบ่งออกมากลุ่มได้สองกลุ่มก็คือไข้หวัดใหญ่ที่มักจะเป็นตามฤดูกาล นั่นก็คือมักจะเป็นในช่วงหน้าฝนกับหน้าหนาว และไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ซึ่งเราเรียกว่าสายพันธ์ใหม่ 2009 การที่เรามีการแบ่งกลุ่มไข้หวัดใหญ่ไว้เป็น 2 ชนิดนั้น

ก็เพราะว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ที่พวกเราคุ้นเคยกับเชื้อโรคกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นกันทุกปีประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 นี้เป็นการกลายพันธ์ของเชื้อไวรัสซึ่งจากเดิมเป็นไวรัสอินฟลูเอนซา มาเป็นชนิด H1N1

ซึ่งไวรัสชนิดใหม่นี้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทำให้เวลาที่ป่วยแล้วค่อนข้างที่จะอันตรายเป็นอย่างมาก สำหรับช่องทางการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ก็เป็นช่องทางเดียวกันกับที่ติดโรคไข้หวัดธรรมดา นั่นก็คือทางการสัมผัส ทางการหายใจ การจาม การใช้สิ่งของร่วมกัน และแหล่งที่แพร่เชื้อโรคก็ยังเป็นแหล่งเดียวกันนั่นก็คือ ตามห้างสรรพสินค้า  ตามโรงเรียน หรือตามจุดที่มีหนาแน่น

หากใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการเหมือนกับคนที่เป็นไข้หวัดธรรมดา มักแยกกันไม่ออก แต่อาการของคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงมากกว่า และโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนมีสูงกว่า ที่สำคัญโรคที่แทรกซ้อนมักจะอันตรายกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดามาก

ซึ่งบางครั้งอันตรายจนถึงแก่ชีวิตเลยก็มี โดยอาการของไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีไข้ขึ้นสูงมากกว่า 40 องศาและมักจะมีอาการไข้ติดต่อกันหลายวันมีการปวดเมื่อยเนื้อตัวและไม่มีแรง และการกินยาแก้ไข้หวัดธรรมดาจะไม่สามารถรักษาอาการได้ควรมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น

เพราะหากใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนมากมักจะน่ากลัวตรงที่จะมีโรคแทรกซ้อนอย่าง เช่นโรคปอดอักเสบ , โรคสมองอักเสบ ซึ่งหากเราไม่แน่ใจว่าเราเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ก็ให้สังเกตอาการดูเพราะหากเป็นไข้หวัดธรรมดาอาการจะไม่รุนแรงมากพักผ่อนแค่ไม่เกิน 3 วันก็หาย แต่หากมีอาการรุนแรงไอหนักมาก มีน้ำมูกเยอะมาก ไข้สูงไม่ยอมลดทั้งที่กินยาลดไข้แล้วและเป็นไข้นานเกิน 3 วันแล้วก็ยังไม่หายสันนิฐานได้เลยว่าไข้หวัดใหญ่ให้รีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ข้อมูลด้านการใช้ยา ของคนไทย

ข้อมูลด้านการใช้ยา ของคนไทย
เมืองไทยมีมูลค่าการบริโภคยาราวๆ ร้อยละ 41 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากยิ่งกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเสียอีก ซึ่งประเทศเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายด้านยาต่อค่าใช้จ่ายสุขภาพเพียงแค่ปริมาณร้อยละ 10-20 เท่านั้น ข้อมูลที่ได้มาจากการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย จากการบริโภคยาอย่างไม่เหมาะสมในทุกระดับอีกทั้งในสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน การใช้ยาในชุมชนโดยยิ่งไปกว่านั้นยาที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ยาต้านจุลชีพ ยาสเตียรอยด์ ยาชุด ฯลฯ

โดยในปี 2555 มีงานศึกษาวิจัยพบว่า คนเจ็บ 19.2 ล้านคนมียาในครอบครองเกินความจำเป็นไปมาก รวมทั้งเมืองจะต้องสูญเสียงบประมาณจากการมีไว้ในครอบครองยาเกินจำเป็นราว 2,370 ล้านบาท/ปี

ชัยณรงค์ สังข์จ่าง ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความเห็นว่า วัตถุประสงค์ของการใช้ยามีเหตุผลเป็นการมุ่งให้ประชากรใช้ยาโดยสวัสดิภาพ แม้กระนั้นปัญหาหลักของการใช้ยาเป็นความนึกคิดความรู้สึกของคนภายในชุมชน การใช้ยาสำหรับในการฆ่าเชื้อเป็นความเชื่อแบบผิดๆ ของคนส่วนมาก เลยจำต้องแก้ไขที่สาเหตุสำคัญ ไม่ใช่เน้นที่หน่วยงาน อาทิเช่น จำต้องสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางความคิด เน้นย้ำงานติดต่อสื่อสาร งานในพื้นที่ แล้วหน่วยงานอื่นๆ ก็จะขยับตาม

หลบหลีกการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล เพื่อแก้ปัญหาดื้อยา
พวกเราสามารถหลบหลีกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาได้อย่างง่ายๆ ด้วยตนเอง โดยการขอคำแนะนำหมอ หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาทุกครั้ง แม้มีปัญหานิดๆ หน่อยๆ ดังเช่นว่า ปวดหัว สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ แต่ว่าควรจะกินตามขนาดของยาที่ระบุ ยกตัวอย่างเช่น 1 เม็ดทุก 6 ชั่วโมง และไม่ควรจะรับประทานต่อเนื่องกันเกิน 5 วัน ถ้ายังไม่หายดีควรจะเจอหมอเพื่อตรวจสุขภาพอย่างประณีต ยิ่งไปกว่านี้การรับประทานยาอย่างรอบคอบ เช่น ยาแก้อักเสบ ยาสำหรับใช้ในการฆ่าเชื้อต่างๆ ไม่สมควรซื้อรับประทานเองโดยเด็ดขาด เพราะว่าถ้าหากรับประทานยาในระหว่างที่มิได้มีเชื้อโรคให้ฆ่า หรือไม่ได้มีลักษณะอาการอักเสบอะไร จะมีผลให้มีการดื้อยาตามมาได้

วิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังให้มีการใช้งานได้นานกว่าเดิม

เนื่องจากเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันนี้มีขายกันมากมาย ดังนั้นส่วนใหญ่มักจะมีการใช้งานที่ค่อนข้างจะหมดอายุเร็วกว่ากำหนด ซึ่งถ้าหากเรามีวิธีการใช้งานที่ผิดไปจากวิธีใช้หรือมีการดูแลที่ผิดๆนั้น จะส่งผลให้การใช้เครื่องช่วยฟังหมดสภาพในการใช้งานที่เร็วขึ้นได้อย่างแน่นอน

หลักการง่ายๆที่ช่วยให้เครื่องช่วยฟังมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

เรามักทราบกันดีเกี่ยวกับเรื่องของอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังดี ซึ่งจะมีหลากหลายเหตุผลด้วยกันที่ก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพง่าย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็มีเรื่องของรุ่น แบรนด์ พฤติกรรมในการใช้การเก็บรักษา และรวมไปถึงการดูแลเครื่องช่วยฟังอีกด้วย 

ซึ่งการดูแลอย่างถูกวิธีหรือการใช้งานแบบมีการทะนุถนอมก็เป็นส่วนที่จะสามารถช่วยในการยืดอายุในการใช้งานได้เป็นอย่างดีอีกนะ ซึ่งในบทความนี้เราจะขอแนะนำเคล็ดลับในการดูแลเครื่องช่วยฟังอย่างถูกวิธีให้แก่ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องช่วยฟังให้ดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อจะได้มีเครื่องช่วยฟังไว้ใช้นานๆ

การเก็บรักษาอุปกรณ์ไว้ในที่เหมาะสม

การเก็บอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังนั้นไม่ใช่ว่าจะวางไว้ตรงไหนก็ได้ หรือสามารถวางทิ้งไว้มั่วๆได้ เพราะเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นแนวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ควรวางไว้ในเขตที่มีอุณหภูมิที่ค่อนข้างชื้น เพราะจะก่อให้เกิดการเสียหายขึ้นได้ ดังนั้นเราควรเก็บเครื่องช่วยฟังเหล่านี้ไว้ในสถานที่ที่มีอากาศแบบเป็นการถ่ายเทสะดวก หรือเก็บไว้ในพื้นที่แห้ง 

ซึ่งข้อห้ามที่ไม่ควรทำเด็ดขาดนั้นก็คือ ไม่ควรนำเครื่องช่วยฟังไปไว้ใกล้บริเวณที่เป็นพื้นที่ชื้นหรือเปียก และไม่ควรใช้กระดาษไม่ว่าจะเป็นกระดาษอะไรก็ตาม ห้ามนำมาห่อหุ้มโดยเด็ดขาด

ห้ามนำเครื่องช่วยฟังโดนน้ำหรือห้ามนำไปล้างน้ำโดยเด็ดขาด

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการทำเครื่องช่วยฟังนั้น ล้วนเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ซึ่งข้อห้ามที่เราต้องระวังและไม่ควรทำป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือห้ามโดนน้ำหรือห้ามนำอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังนี้ไปล้างน้ำโดยเด็ดขาด เพราะหากมีการเปียกน้ำหรือมีการเปียกชื้นอาจจะก่อให้เกิดการช็อตกับเครื่องช่วยฟังของคุณ

การแก้ไขหากมีการเปียกน้ำหรือโดนน้ำ หากเครื่องช่วยฟังของคุณมีการโดนน้ำหรือเปียกน้ำให้คุณรีบเช็ดทำความสะอาดในทันที ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการรีบนำถ่านหรือแบตออกมาเช็ดทำความสะอาดให้แห้งให้เร็วที่สุด

วิธีการรักษาเครื่องช่วยฟังที่ง่ายที่สุดและเป็นการปลอดภัยที่สุดนั้น สามารถทำได้โดยการใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาด โดยไม่ต้องใช้นำยาอะไรทั้งสิ้น และควรเช็ดให้เบามือเท่าที่จะทำได้

การดูแลตนเองให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับและโรคต่างๆ

เนื่องจากเรามีคนสนิทใกล้ชิดและคนรอบๆข้าง หรืออาจจะเป็นคนที่เรารักและเคารพอาจจะเป็นความดันโลหิตสูงและ ไขมันพอกตับ ซึ่งเราจะมีวิธีรักษาหรือดูแลคนที่เรารักด้วยวิธีไหนได้บ้าง เรามาหาวิธีดูแลบุคคลที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงกันดีกว่า

ก่อนอื่นเราต้องทราบในเรื่องของอาการของคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเสียก่อนว่าพวกเขาเป็นโรคความดันจากสาเหตุไหน ซี่งสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโดยกรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูงด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่การที่เรากินยาเพื่อทำการรักษานั้นไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาโดยตรงเพราะเป็นการรักษาหรือช่วยเยียวยาเท่านั้น เพราะหากมีการหยุดทานยาอาการเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงก็จะกลับมาในทันที

หากมีการรักษาความดันหรือกระทำการใดๆก็ตามที่ทำให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติอยุ่ตลอดเวลา จะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่นๆได้อีกด้วย

อย่างที่ทราบกันดีว่าการเป็นความดันโลหิตสูงนั้น ไม่มีอาการใดๆที่จะสื่อว่าเป็นโรคเลย ซึ่งนั้นก็จะทำให้เราเกิดความรักษาที่ลำบาก ต้องคอยสังเกตุตนเองอยู่เสมอว่าเรานั้นมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น หากมีอาการที่ผิดปกติก็ควรรีบทานยาเพื่อรักษาอาการความดันในทันที

วิธีการรักษาโรคความดันนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน

  • การรักษาโดยการใช้ยาเพื่อการรักษา
  • การรักษาโดยไม่ต้องพึ่งยาในการรักษา

การรักษาโดยทั่วไปหากรู้ว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้น ก็มักจะรักษาอาการด้วยการทานยา ตามคำสั่งของแพทย์ และเป็นการดูแลและควบคุมอาการไปด้วย

แต่สำหรับการรักษาโดยที่ไม่ต้องพึ่งยานั้น เรสามารถรักษาด้วยตนเองได้ด้วยวิธีการ ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้ตนเองเครียดจัด ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ และควรหลีกเลี่ยงอาการที่ประกอบไปด้วยรสชาติที่จัดจ้าน หรือมีรสเค็มจัด

ผู้สูงอายุนั้นมีการรักษาโรคนี้ได้ค่อนข้างยากกว่าวัยอื่นๆ แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องดูแลเพราะเป็นการดูแลที่ค่อนข้างยากพอสมควร ซึ่งการรักษาผู้สูงอายุนั้นจะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง นันก็รวมไปถึงการทานยาและการควบคุมน้ำหนักสำหรับวัยสูงอายุนี้ด้วย เพราะพวกท่านไม่ได้แข็งแรงอย่างวัยรุ่นๆอย่างเรา การจ่ายยาหรือการให้ออกกำลังกายมากเกินไปจึงไม่สใมควร เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่ผลอาจจะทำให้แย่ลงหรือทรุดลงได้นั่นเอง

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจทำจนเคยชิน

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจทำจนเคยชินกับมัน จนในที่สุดก็กลายเป็นนิสัยที่คุณอาจเลิกไม่ได้ ทั้งนี้พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คุณมีความสุ่มเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ เกี่ยวกับสมอง และกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เราจึงมีพฤคิกรรมเสี่ยงมาเตือนคุณ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย
1. กิน-ดื่มมากจนเกินพอดี
กินเก่งแล้วมันผิดตรงไหน ใครๆ ก็ชอบการที่ได้กินของอร่อยๆ ทั้งนั้น คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ไม่ผิด หากกินอยู่ในความพอดี เพราะถ้ากินจนเกินความต้องการของร่างกาย จะกลายไปเป็นพลังงานส่วนเกินส่งผลเสียต่อสุขภาพ และการบริโภคอาหารเครื่องดื่มจนมากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย ระบบประสาทและสมอง จากผลวิจัยของสถาบันการแพทย์ Mount Sinai School of Medicine นั้นระบุว่า การกินดื่มที่มากเกินความต้องการของร่างกายนั้น ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายทำงานผิดปกติ และอาจเป็นการนำไปสู่โรคอ้วนหรือเบาหวานได้

2. ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
ด้วยการทำงานในปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขัน และมีความเข้มข้นสูง เพราะฉะนั้นการที่มีคนที่มีความสามารถทำงานได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน มันช่างตอบโจทย์การทำงานเสียจริง เพราะฉะนั้นในปัจจุบนจะพบคนประเภทนี้เยอะมาก โดยที่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ เป็นสกิลที่คนทำงานต้องมี แต่ความเป็นจริงนั้นมันกลับทำร้ายสุขภาพอย่างยิ่ง มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุว่า การทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันเปรียบเสมือนการใส่ยาพิษทีละน้อยให้กับสมองของคุณเอง จากงานวิจัยนั้นพบว่า คนที่ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หรือ รับข้อมูลจากสังคมดิจิทัลหลายทางในทุกๆวัน จะมีปัญหาในเรื่องของความจำ เมื่องานนั้นผ่านพ้นไปแล้วจะไม่สามารถจดจำรายละเอียดที่สำคัญได้ ซึ่งจะแตกต่างจากคนที่ทำงานอย่างเดียวให้เสร็จแล้วค่อยทำงานอย่างอื่นต่อ ซึ่งจะจำในรายละเอียดของงานที่ทำได้ดีกว่า

หยุดพฤติกรรมกระตุ้นความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงมีอาการอย่างไร? “ความดันโลหิตสูง” ไม่มีลักษณะอาการที่ตายตัวนัก แต่มันมักจะมาพร้อมกับโรคอื่น เช่น โรคหัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไตวาย ตามัว เป็นต้น “ความดันโลหิตสูง” จะมีความอันตรายมากหากไม่รักษา และไม่ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงต่อโรค และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนมากมาย

สาเหตุของการมีความดันโลหิตสูงเกิดขึ้น เพราะอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเที่ยวโดยดื่มหนักหรือสูบบุหรี่หนัก หรือแม้กระทั่งการอยู่ในที่ที่มีการสูบบุหรี่ ซึ่งเราก็จะได้สูดดมควันเหล่านั้นเข้าไปด้วย จากสถิติพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักพบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงที่ช่วงอายุ 45 ปี ส่วนผู้หญิงจะพบในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป จริงๆ แล้ว ภาวะความดันโลหิตสูงสามารถถูกส่งต่อผ่านทางพันธุกรรมได้อีกด้วย

สาเหตุที่ไปกระตุ้นความดันโลหิต
– ในผู้ที่มีกำลัง อ้วนลงพุง จะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นคือภาวะหลอดเลือดตีบแคบและไปกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
– ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดูแลรักษาสุขภาพจนกลายโรคเบาหวาน จะยิ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น ความดันโลหิตก็มีโอกาสสูงขึ้นได้อีก
– การสูบบุหรี่จะยิ่งทำให้อาการแย่ลงไปอีก เพราะสารเคมีในบุหรี่จะไปทำลายผนังหลอดเลือดแดงได้ เป็นสาเหตุให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
– การดื่มแอลกอฮอล์และความเครียด รวมถึงโรคเรื้อรังก็มีส่วนด้วยเช่นกัน
– การกิน เป็นอีกสาเหตุสำคัญ ที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ ได้แก่..
• วิตามินดี การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีน้อยไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง
• อาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำเข้าไปมากและเกิดภาวะความดันโลหิตสูงชั่วคราว
• อาหารที่มีโพแทสเซียมน้อยเกินไป ทำให้ไม่สามารถรักษาระดับของโซเดียมในเซลล์ได้ ทำให้เกิดภาวะโซเดียมเกินในเลือด