เด็กนักเรียนหญิงในประเทศไนจีเรียถูกลักพาตัวหลายร้อยคน

            มีข่าวออกมาจากต่างประเทศโดยเป็นรายงานข่าวเกี่ยวกับประเทศไนจีเรียว่าตั้งแต่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ประเทศไนจีเรียนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเด็กนักเรียนซึ่งเป็นเด็กที่มีอายุระหว่าง 12 ปีถึง 16 ปีถูกลักพาตัวอยู่บ่อยครั้งโดยการรักษาตัวแต่ละครั้งนั้นจะเป็นจำนวนหลายคน

          ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์  ปี  พศ 2564 มีการลักพาตัวเด็กนักเรียนออกไปจากโรงเรียนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 317 คนด้วยกัน  ก่อนหน้าที่จะมีการรับเด็กนักเรียน 311 คนนี้ก็เคยมีเด็กนักเรียนถูกลักพาตัวไปทั้งหมด 42 คนด้วยกันซึ่งการลักพาตัวในแต่ละครั้งนั้นจะมีการกระทำในช่วงเวลากลางคืน

            โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กนักเรียนเหล่านี้จะเป็นเด็กนักเรียนที่นอนอยู่ในโรงเรียนและเป็นโรงเรียนของรัฐบาลสำหรับประเทศไนจีเรียนี้ว่ากันว่ามีการลักพาตัวเด็กนักเรียนกันอยู่บ่อยครั้งซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการลักพาตัวของโรงเรียนที่อยู่ทางด้านเขตพื้นที่ของภาคเหนือของประเทศด้วยเหตุผลของการ ลักพาตัวเด็กนักเรียนนั้นส่วนใหญ่มาจากการที่ต้องการที่จะลักพาตัวไปเพื่อเรียกค่าไถ่นั่นเอง 

           อย่างไรก็ตามได้มีนักเรียนบางส่วนสามารถหนีรอดออกมาได้แต่ยังคงมีนักเรียนอีก 300 กว่าคนที่ยังไม่ทราบว่าในขณะนี้อยู่ที่ไหนซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของประเทศไนจีเรียก็กำลังปฏิบัติการออกค้นหาและช่วยเหลือกลุ่มเด็กนักเรียนดังกล่าวอย่างเร่งด่วนนั่นเองและจากเหตุการลักพาตัวเด็กนักเรียนในช่วงเวลานี้นั้นทำให้ประธานาธิบดีของประเทศไนจีเรียต้องออกมาแถลงการณ์ประณามการกระทำของคนที่ก่อการร้ายแบบนี้ว่าเป็นเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมเป็นอย่างมากและไม่มีใครที่จะสามารถยอมรับการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายพวกนี้ได้เลย

          จากการให้ข้อมูลของเด็กนักเรียนที่ถูกลักพาตัวไปและสามารถหนีรอดออกมาได้นั้นเด็กๆให้การว่ากลุ่มก่อการร้ายจะเข้ามาในช่วงกลางดึกหลังจากนั้นก็เข้าไปในโรงเรียนและใช้อาวุธปืนบังคับเด็กนักเรียนให้ไปรวมตัวกันและพาเข้าไปในป่าโดยกลุ่มก่อการร้ายนั้นมีการแต่งกายคล้ายกับทหารหรือตำรวจ  และมีเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีการลักพาตัวเด็กนักเรียนจากเมืองจังเกเบ  ที่มีเด็กนักเรียนเสียชีวิตหนึ่งคนด้วย 

         อย่งไรก็ตาม สำหรับการกระทำของกลุ่มลักพาตัวในประเทศไนจีเรียนี้ถือว่า น่ากลัวอย่างมากเลยทีเดียวเพราะการรักษาตัวนั้นไม่ได้มีการเข้าไปขโมยตัวเด็กเพียงแค่คนหรือ 2 คนเท่านั้นแต่การลักพาตัวแต่ละครั้งนั้นมีไม่ต่ำกว่า 40  และครั้งล่าสุดยังถึง 300 กว่าคนเลยทีเดียว

     เรียกได้ว่าเป็นการลักพาตัวอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้ได้เพราะไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อเด็กทุกคนในประเทศไนจีเรียนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

นักศึกษาผันตัวเป็นโจร ใช้แอปหาคู่นัดเจอสาว แล้วขโมยมือถือไปขาย 

             เมื่อวันที่ 25 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจประจำจังหวัดนครราชสีมาได้รับแจ้งเหตุจากหญิงสาวคนหนึ่งอายุประมาณ 17 ปี  ให้ช่วยติดตามตัวชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเธอระบุว่าได้รู้จักกับชายคนดังกล่าวนั้นผ่านทางแอพพลิเคชั่นหาคู่แอปหนึ่ง 

             โดยหลังจากพูดคุยกันแล้วก็ได้มีการนัดแนะมาเจอกันซึ่งสถานที่นัดเจอกันนั้นก็คือตลาดเซฟวันหลังจากที่ชายหนุ่มในแอปได้เจอกับหญิงสาวแล้วก็ได้มีการหลอกล่อและสามารถขโมยโทรศัพท์มือถือของหญิงสาววัย 17 ปีไปได้ซึ่งเธอใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ  Apple เป็นรุ่น iPhone 11   

              เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุก็ลงพื้นที่ทันทีและสามารถจับกุมคนร้ายได้ภายในวันเดียวกันนั้นเองด้วยขณะที่ทำการจับกุมนั้นคนร้ายได้นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาโดยคนร้ายนั้นกำลังนัดเจอหญิงสาวอีกคนหนึ่งจากแอพพลิเคชั่นหาคู่เหมือนเดิมอย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวชายคนดังกล่าวมาที่สถานีตำรวจ

      หลังจากนั้นได้มีการตรวจสอบประวัติและตรวจสอบหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติมจึงพบว่าชายคนดังกล่าวนั้นมีประวัติการถูกแจ้งความเอาไว้หลายท้องที่ด้วยกันมีทั้งกรุงเทพฯและยังมีจังหวัดอื่นๆอีกมากมายซึ่ง ทางด้านผู้ก่อเหตุก็ให้การรับสารภาพว่าได้มีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหาคู่หลังจากนั้นก็มีการนัดแนะกับเหยื่อเพื่อให้มาเจอกันด้วยความต้องการนั้นคือตั้งใจที่จะขโมยโทรศัพท์มือถือของเหยื่อไปขาย

       โดยผู้ก่อเหตุจะเลือกดูว่าหญิงสาวคนไหนใช้โทรศัพท์ยี่ห้อ iPhone รุ่นใหม่ๆก็จะเลือกนัดเจอกับหญิงสาวคนนั้นทันทีซึ่งทำมาแล้วหลายครั้งและเงินที่ได้จากการขายโทรศัพท์มือถือนั้นผู้ก่อเหตุก็จะนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเที่ยวสถานบันเทิงในช่วงเวลากลางคืนหรือแม้แต่การใช้เงินดังกล่าวนั้นในการเล่นการพนันออนไลน์นั่นเอง

          สำหรับกรณีนี้มีผู้ได้รับความเสียหายจากผู้ก่อเหตุคนนี้เป็นจำนวนหลายรายซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เสียหายนั้นจะเป็นหญิงสาวอายุยังไม่ถึง 20 ปีดังนั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วจึงได้มีการแถลงการณ์และยังมีการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครอง ให้ช่วยสอดส่องดูแลบุตรหลานของตนเองไม่ให้หลงเข้าไปใช้งานแอพพลิเคชั่นดังกล่าว

    รวมถึงการประชาสัมพันธ์ไปถึงบรรดาสาววัยรุ่นทั้งหลายที่จะใช้งาน Application นี้ให้ตรวจสอบคนให้ดีอย่าหลงเชื่อเพราะตอนนี้มีแก๊งมิจฉาชีพมากมายที่ใช้ Social Media ในการทำความผิดนั้นเอง ทางที่ดีที่สุดคือไม่ต้องเข้าไปใช้งาน Application หาคู่นี้จะเป็นการดีที่สุด

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์

ใช้สิทธิ์คนละครึ่ง กลับเจอกลโกงของแม่ค้า  ลูกค้าเงิบอย่างแรง 

              เมื่อวันที่ 22   เดือน  เดือนพฤศจิกายนพฤศจิกายน ปีพ.ศ  2563   ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook โดยบอกเล่าเรื่องราวที่เธอได้ไปใช้สิทธิ์โครงโครงการคนละครึ่งมาและเธอนั้นต้องเจอกับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สิทธิ์โดยเธอบอกว่าเธอได้ไปซื้อยำกุ้งสดไข่แดงเค็มมาจากร้านค้าร้านหนึ่งซึ่งร้านค้าดังกล่าวนั้นมีรายชื่ออยู่ในโครงการคนละครึ่งด้วย

     โดยเธอได้มีการตรวจสอบเมนูของอาหารและว่ายําชนิดนี้จะมีราคาขายอยู่ที่ 110บาทดังนั้นเธอจึงสั่งซื้อยำนี้และใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งซึ่งแน่นอนว่า  เมื่อยอดเรียกเก็บเต็มอยู่ที่ 110 บาทเธอจึงจ่ายเงินจากเงินในกระเป๋าตังค์ซึ่งเป็น Application ที่เธอเติมเงินไปแล้วที่ 55 บาทในขณะที่โครงการก็ต้องจ่ายส่วนที่เหลือให้กับเธออีก 55 บาทแต่อย่างไรก็ตามเมื่อเธอกลับมาถึงบ้านและได้มีการเปิดกล่องอย่างที่เธอสั่งดูกับพบว่ายามที่เธอได้รับมานั้นมีปริมาณที่น้อยมาก   

     หลังจากนั้นเธอจึงได้ถ่ายรูปแล้วนำรูปภาพไปโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวเพื่อเข้าไปถามเพื่อนๆในสังคม Facebook ของเธอว่าสาเหตุที่เธอได้ยำมาน้อยนั้นเป็นเพราะว่าเธอเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งหรืออันที่จริงแล้วร้านค้าร้านนี้มีการขายของแล้วให้กับข้าวน้อยอยู่แล้วทำไมเธอถึงได้พยายามมาในปริมาณน้อยที่มากขนาดนี้  ซึ่งก็มีหลายคนที่เป็นเพื่อนใน Facebook ของเธอได้เข้ามาให้ comment ในเชิงแซวไม่ว่าจะเป็นการที่แม่ค้าอาจจะเก็บยำครึ่งที่เหลือไว้กินเองหรือข้อความที่ว่าโครงการคนละครึ่งนะนั่นก็หมายถึงว่าแม่ค้าจะได้อาหารถุงนั้นไปครึ่งหนึ่งและเธอได้อาหารมาอีกเรื่องหนึ่ง 

      อย่างไรก็ตามสำหรับในเรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่จะต้องมีการตรวจสอบว่าคุณภาพของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งนั้นร้านค้ามีคุณภาพมากน้อยแค่ไหนเพราะในขณะนี้หลังจากที่เริ่มโครงการมามีลูกค้าเป็นจำนวนมากที่ไปใช้บริการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งแล้วถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างเช่นหญิงสาวคนนี้   โดยบางร้านค้านั้นให้ปริมาณยำที่เป็นปกติแต่มีการเรียกเก็บเงินแพงมากกว่าเดิม   ทำให้หลายคนมองว่าโครงการนี้ออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนก็จริงแต่คนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุดกับเป็นร้านค้าไม่ใช่ประชาชนทั่วไปนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามในโลกออนไลน์ได้มีการออกมาแชร์ประสบการณ์ของการที่ตนเองได้มีการเข้าไปใช้บริการของโครงการคนละครึ่งกันเป็นอย่างมากซึ่งแต่ละคนนั้นก็เจอปัญหาที่ไม่แตกต่างกันมากนักโดยส่วนใหญ่มองว่าเราพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการนี้ต่างก็พยายามที่จะขึ้นราคาเพื่อประโยชน์ของร้านค้าของตนเองหลายคนเจอว่าปกติแล้วร้านค้าที่ซื้อนี้ซื้อเป็นลูกค้ากันเป็นประจำอยู่แล้วแต่พอเข้าโครงการคนละครึ่งกับเดิมที่เคยขายเพียงถุงละแค่ 35 บาทก็ขายมาเพิ่มเป็นถุงละ 40-50 บาทก็มี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์

ยายวัย 93 ปีเสียชีวิตหลานจัดการขุดหลุมฝังเองไม่ยอมบอกใครเพราะเกรงใจเพื่อนบ้าน 

       ที่จังหวัด บุรีรัมย์  เกิดเรื่องราวน่าสลดใจเกิดขึ้น เมื่อมีชาวบ้านไปแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเรื่องของมีหญิงวัยชราอายุ 93 ปีเสียชีวิต  โดยร่างของหญิงชราวัย 93 ปีนั้นถูกฝังอยู่ในพื้นที่บริเวณบ้านของเธอเองโดยผู้ที่ฝังเธอนั้นเป็นหลานชายวัย 37 ปีที่อาศัยอยู่ด้วยกัน

          อย่างไรก็ตามเรื่องราวเศร้าสลดใจที่เกิดขึ้นนั้นเกิดเนื่องมาจากว่าหญิงวัย 93 ปีคนนี้ป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถเดินได้มานานแล้วมีหลานชายวัย 37 ปีคอยดูแลและปฏิบัติและมีเพื่อนบ้านคอยนำบัตรภาพของหญิงวัย 93 ปีไปซื้ออาหารและไปเบิกเงินสดของคนชรามาให้ในแต่ละเดือน  และเรื่องราวน่าสนใจก็เกิดขึ้นเมื่อหญิงวัย 93 ปีเสียชีวิตลง

และหลานชายของเธอนั้นไม่อยากรบกวนเพื่อนบ้านให้มาช่วยจัดงานศพให้เขาจึงได้ทำการฝังศพของยายของเขาเองตรงบริเวณข้างบ้านแต่เนื่องจากว่าเป็นการขุดหลุมฝังศพจึงทำให้มีกลิ่นศพเหม็นคละคลุ้งขึ้นมาและที่สำคัญได้มีสุนัขไปกดตรงบริเวณหลุมศพนำกระดูกของยายวัย 93 ปีมาแทะเล่นสร้างความน่าอเนจอนาถใจกับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

        สำหรับสาเหตุของคุณยายวัย 93 ปีที่เสียชีวิตนั้นคุณยายป่วยเป็นโรคอัมพาตมานานแล้วและด้วยอายุที่มากจึงเสียชีวิตจากโรคชราในที่สุดซึ่งหลานชายระบุว่าหลังจากเสียชีวิตแล้วยังไม่ได้ทำพิธีศพแต่ก็ไม่รู้จะไปบอกกล่าวเรื่องนี้กับใครเพราะโดยปกติแล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคน

ไม่ได้มีเพื่อนบ้านมาสนใจดูแลอยู่แล้วหลังจากผ่านไป 4 วันปรากฏว่ากลิ่นศพนั้นส่งกลิ่นเหม็นเขาจึงได้นำแป้งมาทาที่ร่างกายของยายที่เสียชีวิตแต่กลิ่นก็ยังคงรุนแรงอยู่ในที่สุดเขาจึงได้ไปขุดหลุมฝังศพแต่ก็มีสุนัขมาคาบกระดูกของยายไปแทะเล่นนั่นเอง

       ล่าสุดทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนชายวัย 37 ปีซึ่งเป็นหลานซึงเขายืนยันว่าสาเหตุที่ไม่บอกคนอื่นเพราะไม่อยากรบกวนเพื่อนบ้านเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวเพราะทหารแจ้งเพื่อนบ้านก็จะต้องมีการจัดงานศพกันหลายวัน

และยุ่งยากและเขายินดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำซากศพของยายวัย 93 ปีไปสูตรว่าเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายร่างกายหรือเสียชีวิตจากวัยชราโดยเขายืนยันว่าตัวเขาเองนั้นไม่ได้ค่าย้ายของตัวเองอย่างแน่นอน

         อย่างไรก็ตามเรื่องราวในครั้งนี้อาจต้องรอผลการชันสูตรจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่งถึงสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงชราวัย 93 ปีแต่ความเป็นไปได้หญิงชราจะเสียชีวิตจากโรคภัยไข้เจ็บของตนเองก็มีสูง

เพราะอายุมากแล้วและตัวหลานชายเองก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะจัดงานศพให้กับผู้เป็นยายจึงได้เพียงแค่ทำการฝังศพเพียงแต่ความผิดของหลานชายนั้นก็คือไม่ยอมไปแจ้งกับทางการว่ายายเสียชีวิตแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.  ถูกหวยลาว2ตัวได้กี่บาท

งานศพยุค โควิด-19 นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแต่งเมรุ  

        โลกออนไลน์  ได้มีการแชร์ภาพการจัดงานศพที่วัดแห่งหนึ่ง  ซึ่งบรรยากาศในภาพนั้นเป็นไปอย่างความเศร้าโศกเสียใจแต่ที่ทำให้คนต่างก็พากันแชร์งานศพงานนี้กันมากนั่นก็เพราะว่า ภายในบริเวณโดยรอบเมรุเผาศพนั้นได้มีการตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม  และที่สำคัญเจ้าภาพไม่ได้มีการนำดอกไม้มาประดับตกแต่งเมรุให้เกิดความสวยงามแต่ที่สร้างความแปลกตาและน่าสนใจให้กับภาพเมรุดังกล่าวนั้นก็เพราะว่ามีการนำอาหารแห้งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรวมถึงข้าวสารมาทำการประดับทำเป็นดอกไม้เพื่อประดับเมรุเผาศพแทนดอกไม้สดนั่นเอง 

          สำหรับงานศพที่มีการแชร์กันในครั้งนี้เป็นงานศพที่จัดขึ้นที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา  โดยผู้ที่นำมาแชร์นั่นก็คือ Facebook ของ Big เรียนเนื่องจากว่างานศพนี้เป็นงานศพของข้าราชการบำนาญ  วัย 91 ปี  ซึ่งเสียชีวิตแล้วลูกหลานได้มีการจัดพิธีเผาศพให้และคนในงานที่มาร่วมงานเผาศพของข้าราชการบำนาญผู้นี้ต่างก็พากันสนใจการจัดตกแต่งเมรุเผาศพเป็นอย่างมากเนื่องจากว่ามีความแตกต่างจากที่อื่นๆและยังไม่เคยเห็นจะมีการจัดตกแต่งเมรุเผาศพแบบนี้มาก่อน

        จะเห็นได้ว่าภาพถ่ายที่มีการถ่ายนำมาแชร์กันนั้นจะมีการนำเข้าสารรวมถึงเพิ่มอีก 1 สำเร็จรูปมาตกแต่งให้เป็นรูปร่างดอกไม้และเครื่องประดับต่างๆวางไว้บริเวณรอบเมรุแทนดอกไม้สดที่คนเรามักจะนำมาประดับตกแต่งเมรุเผาศพกันเป็นประจำ  ที่สำคัญทางด้าน organizer ที่รับจัดตกแต่งเมรุเผาศพได้ให้ข้อมูลกับทางนักข่าวว่าเป็นความคิดของทางเจ้าภาพที่จัดงานศพในครั้งนี้ต้องการที่จะยกเลิกการใช้ดอกไม้สดมาทำการจัดตกแต่งเนื่องจากเห็นว่าหากมีการใช้ดอกไม้สดในการตกแต่งสถานที่เมื่อพิธีการเสร็จสิ้นก็ต้องนำดอกไม้นำไปทิ้ง

            เพราะเมื่อดอกไม้เห*่ยวเฉาก็ไม่สามารถทำคุณประโยชน์อย่างอื่นได้แต่ในขณะเดียวกันถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากดอกไม้มาเป็นข้าวสารอาหารแห้งที่สามารถนำไปบริจาคได้ก็จะได้บุญได้กุศลมากยิ่งขึ้นดังนั้นทางด้านออแกไนซ์จึงได้มีการ นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เป็นซองสีต่างๆรวมถึงทั้งข้าวสารและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมาใช้ในการประดับตกแต่งเมรุเผาศพแทนและก็ทำให้คนสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

           นอกจากนี้จากงานเผาศพเสร็จสิ้นไปแล้วทางด้านเจ้าภาพที่จัดงานเผาศพนี้ก็จะมีการนำข้าวสารอาหารแห้งและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นำมาประดับตกแต่งเมรุเผาศพนี้ไปบริจาคตามโรงเรียนต่างๆที่เป็นโรงเรียนที่ยากไร้เพื่อเอาไว้ให้เด็กนักเรียนได้ใช้ประโยชน์จากข้าวของเครื่องใช้และข้าวสารอาหารแห้งต่างๆเหล่านี้ โดยจะมีการตะเวนนำไปบริจาคตามโรงเรียนภายในจังหวัดนครราชสีมานั้นเอง

        นับได้ว่าวิธีการนี้คือวิธีการที่เหมาะสมในยุคที่สถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิคยังคงมีอยู่และประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดแคลนในเรื่องของอาหาร  การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันด้วยการบริจาคอาหารข้าวของเครื่องใช้จึงนับว่าเป็นการทำบุญที่ได้ประโยชน์สูงสุดนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ซื้อหวยรัฐบาลไทย เว็บไหนดี

ยายขายส้มตำวัย 72 ปี ถูกโจรสาวแสบ ฉกไก่ย่าง

       ที่จังหวัดนนทบุรีได้มีเหตุการณ์แม่ค้าขายส้มตำถูกขโมยไก่ย่างไปถึง 8 ไม้ด้วยกันโดยเหตุการณ์ครั้งนี้ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยระบุว่าแม่ค้าขายส้มตำคนดังกล่าวนั้นอายุสูงแล้วเพราะตอนนี้อายุ 72 ปีแล้ว  มีการขายส้มตำอยู่แถวบริเวณถนนประชานิเวศน์ 3   

        โดยผู้โพสต์ Facebook ระบุว่าเมื่อวันที่ 24 เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ 2564   ช่วงเวลา ประมาณบ่ายกว่าๆคุณยายคนดังกล่าวได้เข็นรถเข็นขายส้มตำแล้วมีลูกค้าคนนึงเป็นผู้หญิงติดต่อขอซื้อส้มตำประมาณ 10 ถุงด้วยกันซึ่งคุณยายนั้นอายุมากแล้วไม่สามารถที่จะตำส้มตำได้ทันตามความต้องการของลูกค้าได้คุณยายจึงได้มีการปฏิเสธลูกค้าคนนั้นไป

       แต่ลูกค้าคนดังกล่าวนั้นเลือกที่จะซื้อไก่ย่างแทนโดยมีการหยิบไก่ย่างของคุณยายไปทั้งหมดประมาณเกือบ 80 ไม้ด้วยการ และระหว่างที่คุณยายขายส้มตำกำลังเติมส้มตำอยู่นั้นปรากฏว่าลูกค้าแสบคนดังกล่าวได้มีการหยิบถุงไก่ย่างและยังมีหยิบเงินบนตู้ที่คุณยายวางเอาไว้แล้ววิ่งหายไป

     ซึ่งเรื่องนี้ผู้โพสต์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ว่าคุณยายได้มาเล่าให้พี่สาวของเขาฟังแล้วโพสต์ก็นำข้อความนี้มาโพสอีกครั้งหนึ่งเพื่อบอกเล่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้คนในสังคมออนไลน์ได้รับรู้และต้องการให้ข่าวนี้ตีแผ่ออกไปเป็นข่าวโด่งดังเพื่อที่หญิงสาวที่เป็นโจรมาขโมยไก่ย่างของคุณยายจะได้รับรู้ว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณยายมากแค่ไหน

       สำหรับคุณยายที่เป็นแม่ค้าขายส้มตำนี้เธอขายส้มตำมาตั้งแต่ปีพศ 2555 จนตอนนี้ก็ยังไม่หยุดขายส้มตำซึ่งเธอขายส้มตำในราคาถูกเพราะขายเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้นยังมีขายอย่างอื่นอีกไม่ว่าจะเป็นซุปหน่อไม้หรือแม้แต่น้ำตกก็ตาม  

 โดยคุณยายเป็นการขายส้มตำเพื่อหาเลี้ยงตัวเองเนื่องจากว่าเป็นคนที่ไม่มีสามีและไม่มีลูกซึ่งใครๆต่างก็ห้ามคุณยายไม่เอามาขายส้มตำแล้วเนื่องจากว่าอายุมากแล้วเกรงว่าอาจจะเป็นลมระหว่างขายส้มตำได้แต่คุณยายก็ยังคงดื้อที่จะขายอยู่แล้วก็ต้องมาเจอโจรแสบที่ขโมยได้แม้แต่ไก่ย่างของคนแก่ 

อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้คุณยาย  ไม่ได้ติดใจเอาความจนสาวคนดังกล่าวเพราะถือว่าในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้อาจจะมีคนที่ไม่มีเงินที่จะซื้อของกินดังนั้นคุณยายจึงตั้งใจว่าของที่โจรขโมยไปนั้นก็ถือว่าทำบุญทำทานไป และจะไม่ไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดโจรสาวคนดังกล่าวอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.  เว็บหวยออนไลน์อันดับ1

ยายอายุ 97 ปีมีอาการทางประสาทชอบสะสมขยะจนล้นห้อง 

          มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวช่อง 3 ออกมาว่ามีเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโดแห่งหนึ่งได้มีการร้องเรียนมายังช่อง 3 ให้ช่วยทำข่าวเพื่อให้เรื่องราวนี้ดังไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ลงมาช่วยเหลือเนื่องจากว่ามีคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯอยู่แถวย่านสายไหมกำลังได้รับความเดือดร้อน

อย่างหนักจากลูกบ้านคอนโดห้องหนึ่งซึ่งเป็นคุณยายอายุ 97 ปีด้วยคุณยายนั้นเป็นเจ้าของคอนโดที่ซื้อขาดไม่ได้เป็นคอนโดสำหรับการเช่าซึ่งปัญหาที่ทางเจ้าหน้าที่คอนโดและคนในคอนโดที่อาศัยอยู่พบก็คือตลอดระยะเวลา 10 ปี

ที่คุณยายอาศัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้คุณยายมากจะเก็บขยะจากข้างนอกทั้งจากทางตลาดและจากทุกๆที่ที่คุณยายเดินไปเอามาไว้ที่ห้องซึ่งปัญหาที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ก็คือขยะที่คุณยายเก็บสะสมนั้นเริ่มล้นห้องออกมาและลามมาลดตรงบริเวณทางเดิน

ซึ่งตอนนี้คุณยายเริ่มนำขยะที่เก็บสะสมที่ล้นแล้วนั้นเอาไปเก็บตรงบริเวณโรงจอดรถสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับเจ้าหน้าที่คอนโดและประชาชนที่อาศัยอยู่ในคอนโดดังกล่าวเป็นอย่างมากหลายครั้งที่ทางนิติบุคคลมีการเข้าไปพูดคุยกับคุณยายให้ทำความสะอาดแต่คุณยายก็ด่าทอสาปแช่งหรือแม้แต่ใครก็ตามที่เข้ามาใกล้ขยะของคุณยาย

คุณยายก็จะเกิดอาการหวงและคิดว่าคนที่เดินมาใกล้กับกองขยะของคุณยายนั้นจะมาขโมยขยะของคุณยายไปซึ่งตัวคุณยายเองนั้นทางนิติบอกว่ามีอาชีพขายลอตเตอรี่ด้วยคุณยายจะขายล็อตเตอรี่ในช่วงบ่ายของทุกวันฝันช่วงเช้านั้นคุณยายจะไปตลาดเพื่อทำการเก็บขยะมาสะสมเอาไว้ที่ห้องเคยมีหลายครั้งที่ทางนิติมีการขอซื้อขยะแต่คุณยายก็ไม่ยอมขายให้

ซึ่งทางนิติเองไม่รู้จะทำอะไรกับคุณยายได้แล้วเพราะติดต่อไปยังหน่วยงานไหนก็ไม่มีใครที่จะสามารถจัดการกับคุณยายได้ดังนั้นทางนิติบุคคลจึงเห็นว่าหากมีการติดต่อสื่อให้มาทำข่าว น่าจะทำให้ข่าวนี้โด่งดังไปยังผู้เกี่ยวข้องและคงจะมีใครสามารถที่จะเข้ามาช่วยเหลือได้เพราะตอนนี้ข้างห้องที่อยู่ติดกับห้องของคุณยายก็ย้ายออกกันไปหมดแล้วเพราะคนกลิ่นเหม็นของขยะไม่ไหว

       จากการให้ข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโดระบุว่าห้องของคุณยายนั้นถูกตัดน้ำตัดไฟมาเป็นระยะเวลา 10 ปีแล้วเพราะคุณยายไม่เคยจ่ายเงินเลยซึ่งคุณยายจะใช้น้ำจากการเปิดก๊อกที่ทางคอนโดมีน้ำแจกให้กินฟรีด้านล่างขึ้นมาใช้ส่วนทางด้านฝ่ายนั้นไม่รู้ว่าคุณยายใช้ไฟจากที่ไหนส่วนการขับถ่ายนั้น

คุณยายใช้เป็นวิธีการขับถ่ายใส่ถุงพลาสติกแล้วนำไปทิ้งตามท่อระบายน้ำโดยทางนิติบุคคลเคยพูดคุยกับหลานของคุณยายซึ่งทางร้านระบุว่าคุณยายนั้นมีอาการทางประสาทแต่ก็ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนมาจัดการคุณยายได้เลย

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยออนไลน์ยังไง

เตือนภัยพริตตี้ สายเอน….ระวังถูกแขกมอมยา

              เมื่อ วันที่ 28 เดือนกันยายน ปีพ.ศ   2563    ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งได้โพสต์ภาพหญิงสาวคนหนึ่งนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลโดยใต้ภาพนั้นมีการระบุว่า ในภาพนี้เป็นเครื่องเตือนและเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับพริตตี้ที่ทำงานสายเอนเตอร์เทนให้ระมัดระวังทุกครั้งที่มีการทำงานโดยเฉพาะต้องมีการไปเอ็นเตอร์เทนแขกเพราะหญิงสาวในภาพดังกล่าวนั้นทำงานเป็นพริตตี้สายเอนเตอร์เทน

      ซึ่งเธอนั้นต้องเข้ารักษาตัวเนื่องจากว่ามีแขกภายในงานนั้นนำเครื่องดื่มให้เธอกินเครื่องดื่มดังกล่าวนั้นมีการผสมยาบ้าเข้าไปด้วยทำให้เมื่อหญิงสาวได้กินเข้าไปแล้วจึงมีอาการหมดสติ  คนในงานต่างพากันตกใจและส่งตัวพริตตี้คนดังกล่าวเพื่อเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทันทีโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

     สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีการระบุว่าวันที่เกิดเหตุนั้นตรงกับวันที่ 26 เดือนกันยายนปีพศ2563 หญิงสาวในรูปที่เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นได้มีการรับทำงานเป็นพริตตี้ชงเหล้าให้แขกภายในงานซึ่งมีการจัดกันที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลบ้านม้าโดยงานดังกล่าวนั้น

        มีการจัดคอนเสิร์ตซึ่งจะมีผู้ร่วมงานที่เป็นแขก VIP ที่มีการจัดโต๊ะไว้บริเวณด้านหน้าเวทีคอนเสิร์ตโดยน้องคนที่นี่ทำงานเป็นพริตตี้นั้นได้รับแก้วเครื่องดื่มมาจากแขกภายในงานที่อยู่ในโซน VIP ซึ่งเมื่อกินเข้าไปน้องก็หมดสติหลังจากส่งตัวไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชเจ้าแล้วทางแพทย์ที่ตรวจสอบพบว่าในร่างกายของน้องนั้นมียาบ้าบนเปื้อนอยู่ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากแอลกอฮอล์ที่น้องได้รับมาจากแขก VIP นั่นเอง

     อย่างไรก็ตาม  เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่สามารถที่จะปรับกลุ่มใครได้เนื่องจากว่าไม่สามารถหาหลักฐานได้ว่าใครเป็นผู้ผสมยาบ้าให้พริตตี้สาวคนดังกล่าวกินดังนั้นสิ่งที่ทำได้ที่สุดก็คือออกมาเตือนภัยคนที่ทำงานสายอาชีพเดียวกันให้ระมัดระวังเวลาที่ต้องออกไปทำงานเอ็นเตอร์เทนลูกค้าอย่ารับเครื่องดื่มจากลูกค้ามาดื่มง่ายๆก็อาจจะมีการใส่ยาหรือสารอะไรลงไปในเล่าให้พี่กินก็เป็นไปได้

       ส่วนเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านเจ้าภาพงานนั้นได้มีการออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการจ่ายค่ารักษาพยาบาลต่างๆให้ซึ่งทางด้านเจ้าภาพงานนั้นก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าแขก VIP คนไหนที่เป็นคนใส่นาให้กับพริตตี้สาวกิน

        สำหรับเรื่องราวที่ออกมาเตือนภัยในครั้งนี้ เป็น สิ่งที่หญิงสาวทุกคนควรจะระมัดระวัง  เพราะในสังคมไทยตอนนี้ไม่ใช่สังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันเหมือนกับในสมัยโบราณแล้ว  แต่สังคมไทยตอนนี้เป็นสังคมที่เห็นแก่ตัวและเอารัดเอาเปรียบกันดังนั้นจึงควรที่จะระมัดระวังตัวเองให้มากที่สุดไม่ว่าจะทำงานประกอบอาชีพอะไรก็ตาม

 

สนับสนุนโดย  แทงหวย

ชายเร่ร่อนถูกฆ่า เพราะมีคนหวังเอาเงินฌาปนกิจ

          เมื่อวันที่ 9 เดือนตุลาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงการจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าชายเลขอั้นตายตรงบริเวณใต้สะพาน  สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เดือนตุลาคมปีพศ2563 เมื่อมีชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ใต้สะพาน

ถูกฆ่าเสียชีวิตโดยลักษณะของการถูกฆ่านั้นถูกฟันด้วยอาวุธมีดซึ่งในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสันนิษฐานเอาไว้ว่าการเร่ร่อนน่าจะมีการทะเลาะวิวาทกับคนอื่นและถูกฆ่าตาย

               แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลลงไปปรากฏว่าชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นแจ้งว่าใช้ได้ร่อนคนดังกล่าวไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใครเลยจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงจนสามารถตามจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือฆ่านายอนันต์ได้

ซึ่งคนร้ายนั้นก็คือสัปเหร่อที่ชื่อว่านายปั่นแก้วโดยสัปเหร่อคนดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าได้รับการจ้างวานมาจากนางบัวลอยอายุ 61 ปีให้ลงมือมาฆ่านายอนันต์โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท

             ซึ่งทางด้านนายปั่นแก้วได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า   นางบัวลอยที่เป็นคนกลางวันนั้นได้พยายามติดต่อมาหาตนเองเป็นระยะเวลานานเกือบเดือนเพื่อขอร้องให้ตนเองนั้นไปฆ่านายอนันต์ซึ่งเป็นชายได้ร่อนในตนเองก็ปฏิเสธเรื่อยมาจนเมื่อวันที่ 4

เนื่องจากกินเหล้าเมาจึงได้ไปลงมือสังหารนายปั่นแก้วในที่สุดและหลังจากนั้นก็ทำลายหลักฐานและไม่ได้หนีหายไปไหนเพราะคิดว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นชายได้ร่อนคงไม่มีใครสนใจที่จะสืบสวนสอบสวนแต่ในที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้

                  อย่างไรก็ตามแต่เมื่อสอบสวนไปยังนางบัวลอยเธอให้การปฏิเสธว่าเธอไม่ได้มีการตั้งให้นายปั่นแก้วเป็นคนไปฆ่าเธอเพียงแค่จ้างให้ไปทำร้ายร่างกายเพราะเธอไม่พอใจที่คนตายนั้นชอบเอาชื่อเสียงของเธอไปพูดคุยกับคนอื่นทำให้เธอนั้นได้รับความเสียหายจึงเกิดความไม่พอใจอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบเชิงลึกลงไป

ปรากฏว่าเหตุการณ์ค่าในครั้งนี้น่าจะเป็นการทำเป็นขบวนการโดยหวังเอาเงินฌาปนกิจศพเนื่องจากว่ามีการตรวจสอบพบว่านั่งบัวลอยได้นำชื่อของนายอนันต์ผู้ตายเข้าสมาชิกฌาปนกิจศพเอาไว้และถ้าหากตายก็จะได้เงินประกันจำนวน 2 แสนบาทซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายอนันต์ถูกฆ่าตายก็เป็นไปได้ 

               และเหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดกับนางบัวลอยซึ่งก็คือภรรยาของนายอนันต์เองเนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้ว่าได้มีการนำรายชื่อของนายอนันต์ไปเข้าสมาชิกฌาปนกิจศพอีกแห่งหนึ่งเอาไว้

ซึ่งคนที่ออกเงินค่าสมาชิกให้นั้นเป็นนางบัวลอยและภรรยาของนายอนันต์ออกกันคนละครึ่งและถ้าหากว่านายอนันต์เสียชีวิตจะทำให้ทั้งภรรยาของนายอนันต์และนางบัวลอยได้รับเงินประกันคนละครึ่งนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ

หนูน้อย 3 ขวบตายปริศนา โรงพยาบาลขออายัดศพเพื่อตรวจสอบ

            ที่จังหวัดกาฬสินธุ์  เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและคุณหมอในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดขอนแก่นได้ทำเรื่องขออายัดศพเด็กชายอายุ 3 ขวบเอาไว้เพื่อทำการตรวจสอบหาร่องรอยการเสียชีวิตเสียก่อนโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เดือนตุลาคมปีพศ2563

              สำหรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นญาติของเด็กชายอายุ 3 ขวบได้นำร่างของเด็กชายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยระบุว่าเด็กนั้นลื่นล้มในห้องน้ำแป๊บนึงก็ถึงโรงพยาบาลหนูน้อยวัย 3 ขวบก็เสียชีวิตแล้วโดยสภาพร่างกายของหนูน้อยนั้นมีร่องรอยการเขียวช้ำกระดูกข้อศอกหลุดรวมถึงมีรอยพกช้ำตามใบหน้าและตามลำตัวรับปากบวมปูด 

         เมื่อเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเห็นศพของหนูน้อยก็ทำการ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเพื่อทำเรื่องให้ขออายัดศพของหนูน้อยเอาไว้ตรวจสอบเสียก่อนเพราะทางโรงพยาบาลตำรวจเองไม่มั่นใจว่าการเสียชีวิตในครั้งนี้ของเด็กชายวัย 3 ขวบนั้นจะเกิดจากการล้มในห้องน้ำจริงหรือไม่เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายนั้นค่อนข้างรุนแรง

           อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวในครั้งนี้ทางโรงพยาบาลระบุว่าเด็กไม่ได้ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตั้งแต่แรกแต่ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ก่อนหลังจากนั้นทางโรงพยาบาลกาฬสินธุ์จึงได้ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์อีกครั้งหนึ่ง

         และในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็รอผลการชันสูตรศพที่ทางโรงพยาบาลศรีนครินทร์จะทำการตรวจสอบสาเหตุของการเสียชีวิตเพราะถ้าหากว่าการเสียชีวิตในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการลื่นล้มในห้องน้ำและไม่ได้เป็นอุบัติเหตุก็จะต้องมีการหาตัวผู้กระทำผิดที่ทำร้ายร่างกายเด็ก

      ส่วนทางด้านญาติๆและคนในครอบครัวของเด็กรวมถึงแม่และพ่อเลี้ยงของเด็กนั้นยังคงไม่มีใครมาแจ้งความที่สถานีตำรวจเกี่ยวกับเรื่องของการเสียชีวิตของเหล็กดังนั้นทุกคนจึงต้องรอผลการชันสูตรศพของเด็กเสียก่อนจึงจะสามารถดำเนินการขั้นตอนต่อไปได้ว่าจะมีการนำศพไปฌาปนกิจหรือว่าจะมีการแจ้งความดำเนินคดีว่ามีคนทําร้ายร่างกายเด็ก

     จากเหตุการณ์ในครั้งนี้คงต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งว่าสรุปแล้วเด็กชายวัย 3 ขวบนั้นเสียชีวิตเองหรือว่าถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตซึ่งระยะเวลาในการชันสูตรศพคงใช้ระยะเวลาไม่นานหากมีการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องมีการเรียกตรวจตอบแม่พ่อเลี้ยงรวมถึงญาติพี่น้องของเด็กเพื่อหาคนกระทำความผิดมาลงโทษต่อไป

         สำหรับเหตุการณ์รุนแรงในครอบครัวที่อาจจะมีพ่อหรือแม่รวมถึงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กนั้นมีให้เห็นอยู่เป็นประจำดังนั้นเคสนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดทางโรงพยาบาลก็ต้องมีการเช็คร่างกายของศพอย่างละเอียดเช่นเดียวกันเพื่อที่จะได้รู้ถึงสาเหตุของการเสียชีวิตจากเด็กถูกทำร้ายร่างกายจริงก็จะได้ดำเนินคดีกับคนที่กระทำความผิดต่อไปนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยฮานอยได้ที่ไหน