ขูดหินปูนเป็นประจำดีต่อสุขภาพฟันอย่างไร

หลายคนกลัวการขูดหินปูน กลัวเจ็บ กลัวเสียวฟัน กลัวฟันโยกภายหลังจากการขูดหินปูนจึงไม่อยากที่จะไปพบหมอฟันเพื่อการรักษา ปล่อยให้หินปูนเกาะตามผิวฟันจนบางรายมีหินปูนหนาขึ้นเป็นกำแพงเมืองจีน การปล่อยหินปูนให้อยู่ในช่องปากเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพฟันของคุณอย่างไม่น่าเชื่อ

หินปูน หรือ หินน้ำลาย เกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียต่างๆในช่องปากเกิดการสะสมที่ผิวฟันพอปล่อยเวลานานเข้าเริ่มมีการสะสมแคลเซียมในกลุ่มของเชื้อแบคทีเรียเกิดการแข็งตัวขึ้นกลายเป็นหินปูนที่ไม่สามารถกำจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันแต่ต้องเข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อทำการขูดหินปูน ในหินปูนมีเชื้อโรคอาศัยอยู่มากมายส่งผลทำให้เกิดโรคฟันผุ

และทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบรวมถึงโรคปริทันต์อักเสบที่มีการทำลายกระดูกรอบรากฟันไปเรื่อยๆจนในที่สุดฟันซี่นั้นจะโยกและปวดจนต้องมาถอนฟันซี่นั้นออกในที่สุด ส่วนใหญ่อาการแสดงของโรคเหงือกอักเสบจะเห็นได้จากการที่มีเหงือกสีออกแดงๆ บางครั้งมีเลือดออกมาจากเหงือกหรือแปรงฟันแล้วมีเลือดออก พอปล่อยทิ้งไว้นานเข้าหลายๆปีจะนำไปสู่การเกิดโรคปริทันต์อักเสบนำไปสู่การสูญเสียฟันในที่สุด

ทำไม เวลาขูดหินปูนต้องรู้สึกเสียวฟันและเจ็บ

เป็นเพราะเครื่องมือที่ใช้ในการขูดหินปูนจะทำงานในลักษณะสั่นด้วยความถี่ที่สูงมากเพื่อกระเทาะให้หินปูนที่เกาะอยู่ตามผิวฟันหลุดออกมา บางคนจะกลัวเสียงเครื่องขูดหินปูน รู้สึกได้ถึงความเสียวฟันเพียงแค่ก้าวเข้าสู่ห้องทำฟัน ส่วนอาการเจ็บขณะขูดหินปูนนั้นเกิดจากการที่ใช้เครื่องมือในการเอาหินปูนที่สะสมอยู่ใต้เหงือกออก

จึงต้องใช้เครื่องมือพิเศษที่ออกแบบมาใช้ขูดหินปูนและเกลารากฟันในบริเวณที่อยู่ใต้เหงือกจึงจะทำให้เกิดอาการเสียวฟันและเจ็บขึ้นมาได้ ในบางรายที่ทนต่ออาการเจ็บปวดไม่ไหวจริงๆ ทันตแพทย์ก็จะพิจารณาใช้ยาชาระงับอาการปวดต่อไป

ภายหลังจากการขูดหินปูนอาจจะมีอาการเจ็บและเสียวฟันประมาณ 1-2 วัน แต่จะเกิดข้อดีขึ้นมากมายเช่น สามารถกำจัดเอาเชื้อโรคที่สะสมมาเป็นระยะเวลานานออกไป ช่วยทำให้สภาพเหงือกลดการอักเสบลงจนเป็นเหงือกที่ลักษณะสีชมพู แลดูแน่นและไม่บวมอักเสบ เนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆรากฟันจะเกิดการบูรณะและสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อให้เกิดการยึดติดที่ดีมากขึ้น 

ทั้งหมดนี้เป็นข้อดีของการขูดหินปูนเพื่อการรักษาฟันและเหงือกให้แข็งแรงพร้อมที่จะทำงาน ทันตแพทย์จึงแนะนำให้มีการขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือนพร้อมทั้งตรวจสุขภาพช่องปากไปพร้อมๆกัน เพื่อจะได้รักษาได้ทันและไม่ปล่อยให้สภาพช่องปากของเราแย่ลงทุกปี

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv gen4

ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ หนึ่งในดาราที่เลิกบุหรี่ได้จริง

เรียกได้ว่าเป็นสาวที่โด่งดังมากในอดีต เป็นเหมือนกับไอดอลที่ใครๆก็ต้องรู้จัก ด้วยความหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแบบสุดๆ แต่กลับมีหุ่นอันแสนหน้าอิจฉาให้อวด เหล่าหนุ่มๆในยุคนั้นก็ถึงกับคลั่งกับไปใหญ่ การที่นางได้อยู่ในวงการบันเทิงตั้งแต่อายุยังน้อย

และถูกนำพาไปในสิ่งต่างๆได้ง่าย แล้วนั้นก็ทำให้นางนั้นได้หลงผิดอยู่บ่อยๆ ถือเป็นดาราสาวที่หลงผิดไปไกลมากเลยทีเดียว บางอย่างก็ทำให้รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการสักลายมากมายกลางหลัง นั้นก็เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกไม่ค่อยเหมาะกับใบหน้าอันอ่อนหวานของนางเลย อีกทั้งยังเคยหลงผิดไปถึงขึ้นเสพยาอีกด้วย

เหล้ากับบุหรี่นี่ไม่ต้องสืบเลย คงทำอยู่เป็นประจำ เรียกได้ว่าติดหนักจนห่างหายไปจากวงการไปอย่างยาวนาน แล้วก็เรียกได้ว่าแทบไม่กลับมาอีกเลย เพราะก็ได้มีโอกาสอยู่ดีกินดีอยู่ แต่ถึงอย่างไร ระหว่างที่เราไม่ได้เห็นหน้าเห็นตานางนั้น นางก็ได้มีช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปมาอยู่บ่อยๆนะ อย่างการที่นางได้ตัดสินใจเลิกทุกอย่าง ไม่ว่าจะยา หรือเรื่องยากๆ อย่างเหล้ากับบุหรี่ ซึ่งนั้นทำให้นางกลายเป็นเด็กสาวใสๆน่ารักเหมือนเดิม

จะว่าเป็นเด็กสาวใสๆเหมือนเดิมก็ไม่ถูก แหมก็ตอนนี้เธอนั้นก็อายุไปไกลแล้วเหมือนกันนะ แล้วก็ไม่ได้ใช้ลุคใสๆแบบเดิมแล้วด้วย ตอนนี้นางก็เป็นสาวพังค์ไปเสียแล้ว แล้วก็ยังคงอยู่กับป๊าต็อบอยู่เหมือนเดิม ซึ่งก็เรียกได้ว่าไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะ เพียงแค่รักษาสุขภาพให้ดีๆ ก็สามารถอยู่ได้อย่างมาความสุขไปจนตายได้แล้ว แล้วเรื่องนี้ก็คงอยู่ในหัวของนางบ้างแหละ

เพราะนางก็ได้ตัดสินใจเลิกทุกอย่างซะอย่างนั้น อาจเพราะเริ่มมีอะไรผิดปกติกับร่างกายตัวเองแล้วกระมั้ง ถึงแบบนั้นนางก็ยังไม่ทิ้งลายความเป็นสาวแนวแบดๆหน่อย แต่เป็นสาวพังค์ที่ไม่ดูบุหรี่และดื่มเหล้า ถือว่าแปลกดีนะ

บางครั้งก็อยากจะย้อมเวลาไปวันวาน อยากให้ไปดูความสดใสของนางตอนที่เพิ่งรู้จักและเป็นดั่งไอดอลให้เหล่าสาวๆทั่วประเทศๆ นางน่ารักจริงๆ ไม่รู้เหมือนกันไปเปลี่ยนแนวตอนไหน ทั้งการสักและการเจาะอะไรมากมายเห็นแล้วขัดตาจริงๆ เอาเถอะชีวิตของนางเอง

เราก็อย่างเข้าไปสอดให้โดนด่าเลยนะ ถึงอย่างไรนางก็ต้องเรียกว่าสู้ชีวิตมาเหมือนกันนะเพื่อให้ตัวเองได้ทำตามฝันสำเร็จ ก็ยังดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรแล้วเอาแต่ด่าคนอื่นไปวันๆแบบผม ฮ่าๆ ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับไปดูดบุหรี่อีกไหม อดทนๆอยู่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ผลกระทบไข้โควิด 19 ในประเทศไทย

หลังจากวิกฤตสภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับโรคไข้โควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้มีผลขยายวงกว้างออกไปทั่วโลก และดูแน้วโน้มว่ามีโอกาสที่ขยายๆ ขึ้นไปอีก

ซึ่งมาตรการการรักษาหรือป้องกันของแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันไป บางประเทศเริ่มมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางประเทศก็เริ่มทยอยรักษาและช่วยให้คนไข้หายได้มากขึ้นเหมือนกัน และบางประเทศก็ต้องเสียบุคคลากร อย่างเช่นหมอหรือพยาบาลที่เสียสละและต่อสู้ช่วยเหลือเพื่อรักษาคนไข้หลายๆ คนให้หายจากอาการเหล่านี้

แล้วประเทศไทยหล่ะจะเป็นยังไง ซึ่งนับตั้งแต่ภาวะที่เกิดขึ้นมา คนไทยต้องรับมือและป้องกันตัวเองด้วยการหาหน้ากากอนามัย หรือเจลล้างมือเข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งบางคนก็หาได้ และบางคนก็หาไม่ได้ ซึ่งหลังจากที่เริ่มมีข่าวว่าคนไทยบางคนเริ่มติดเชื้อไข้โควิดนั้น ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวล และหวาดระแวงกันมากขึ้น

จนถึงบางบริษัท หรือบางองค์กรต้องมีคำสั่งห้ามไม่ให้คนที่เข้าข่ายภาวะสุ่มเสี่ยง มาทำงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไว้ก่อน  จึงทำให้ตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มมีความวิตก และกังวลพ่วงกันเป็นลูกโซ่ เพราะพอคนเริ่มไม่ได้ทำงาน

ยิ่งถ้าเป็นลูกจ้างรายวันแล้วด้วย จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้นไม่มีรายได้ และมีเงินหรือกำลังพอที่จะซื้อหรือจับจ่ายใช้สอยของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ในแต่ละวัน นั่นจึงผลกระทบไปต่อผู้ค้า พ่อค้าและแม่ค้า ที่ไม่รู้จะขายของให้กับใคร มีแต่คนขายแต่ไม่มีคนซื้อ และนั่นจึงทำให้เป็นลูกโซ่ ที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ ขาดรายได้ไปอีก

ส่วนองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ก็มีผลกระทบ ยิ่งพวกธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มพังกันเป็นโดมิโน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว พวกไกด์หรือคนนำเที่ยวก็ไม่มีรายได้ พอนักท่องเที่ยวไม่มา โรงแรมหรือที่พักก็ไม่มีคนพัก พอโรงแรมหรือที่พักไม่มีคนใช้บริการ พนักงานก็ไม่มีงานทำ เพราะทางเจ้าของธุรกิจก็ต้องหยุดกิจการ ถึงแม้จะไม่ได้บอกการเลิกจ้าง

แต่เป็นการให้หยุดโดยที่ไม่ได้รับรายได้ หรือแม้แต่สายการบินยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสีแดงหรือสีม่วง ตอนนี้ต้องหยุดไฟลท์บินกันเป็นว่าเล่น เพราะไม่มีคนเดินทางออกไปเที่ยวซึ่งต่อให้กล้าเสี่ยงที่จะบินไปเที่ยว แต่ประเทศที่คุณบินไปจะเข้าประเทศเค้า

เค้าก็ไม่ต้อนรับ เพราะประเทศเค้าเองก็มีมาตราการการป้องกันเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกสักระยะอย่างน้อยก็เกือบ 3 เดือน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ปากท้องของพนักงานลูกจ้างและ เจ้าของธุรกิจ จะทำกันอย่างไรต่อไป

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

บุหรี่ไฟฟ้ากับกฏหมายประเทศไทย

เราจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยของนั้นยังไม่สามารถซื้อหรือทำการขายบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างโจ่งแจ้งเพราะบุหรี่ไฟฟ้ายังถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายของประเทศไทยของเราอยู่ แต่ว่าก็ยังมีการแอบซื้อแอบขายกันอยู่ตลอดเวลาโดยพ่อค้าหรือแม่คนั้นลักลอบนำเอาบุหรี่ไฟฟ้ามาขายหรือเพื่อนำมาจำหน่ายโดยอาศัยการขายที่เป็นการขายทางอินเตอร์เน็ตและตลาดมืดที่เรารู้จักกันนั้นแหละ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นถือได้ว่ามีความผิดททางด้านของกฏหมายอะไรบ้างและความผิดของการซื้อหรือขายและใช้บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีความผิดมากขนาดไหน วันนี้เรามีคำตอบมาฝากสำหรับท่านที่สนใจต้องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะได้คอยรับมือกับปัญหาที่จะตามมาว่ามันร้ายแรงขนาดไหนบ้าง

ความผิดที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าแล้วห้ามโดยเด็ดขาด โดยห้ามทั้งนำเข้าหรือห้ามขายในราชอาณาจักรโดยทั้งหมดนี้ได้มีการประกาศจากกระทรวงพาณิชย์ว่า บุหรี่ไฟฟ้านั้นคือสิ้นค้าต้องห้าม โดยมีการห้ามนำเข้าที่ขายในราชอาณาจักรตั้งแต่เมื่อปีพุทธศักราช 2557 หากผู้ใดมีการฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้านี้เป็นสินค้าที่ห้ามขายหรือแม้แต่ให้บริการก็ตาม ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการห้ามขายหรือห้ามแม้แต่ให้บริการสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าหรืออะไรก็ตามแต่ที่มีส่วนที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าโดยตรง ดังเช่น อะไหล่ของบุหรี่ไฟฟ้า หรือแม้แต่น้ำยาของบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม

-ผู้ขาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-ผู้ผลิตหรือสั่งนำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-ผู้ให้บริการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากมีการฝ่าฝืนจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดังนั้นถือได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นสสิ่งที่ผิดกฏหมาย แต่อันที่จริงเราก็ยังเห็นคนนำมาใช้กันอยู่ตามสถานบันเทิงต่างๆ โดยมักจะมีผู้ใช้งานเยอะพอสมควร อย่างไรก็ตามหากอ่านบทลงโทษแล้วก็ควรที่จะระวังตัวหรือควรเลิกใช้กันน่าจะดีกว่าเพราะมันคือสิ่งที่ผิดกฏหมาย ดีไม่ดีโดนจับขึ้นมาจะแย่เข้าไปใหญ่ อะไรที่ไม่ผิดกฏหมายก็ทำไปแต่หากมันผิดกฏหมายทำแล้วต้องหลบๆซ่อนๆอย่าทำจะดีกว่าเพราะโดนจับมามันไม่คุ้มหรอกนะ

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick รีวิว

โรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่

ในแต่ละปีผู้คนส่วนมากมักจะเป็น โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเราจะพบผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้จากคนทุกกลุ่มแต่ที่จะพบมากเป็นพิเศษก็คือกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งไข้หวัดใหญ่จะพบว่าเป็นกันมากยิ่งในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว

ซึ่งการไข้หวัดใหญ่จะเป็นการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเจ้าเชื้อไวรัสที่สร้างปัญหาชนิดนี้คือไวรัสอินฤลูเอนซา  ในปัจจุบันไข้หวัดใหญ่แบ่งออกมากลุ่มได้สองกลุ่มก็คือไข้หวัดใหญ่ที่มักจะเป็นตามฤดูกาล นั่นก็คือมักจะเป็นในช่วงหน้าฝนกับหน้าหนาว และไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ซึ่งเราเรียกว่าสายพันธ์ใหม่ 2009 การที่เรามีการแบ่งกลุ่มไข้หวัดใหญ่ไว้เป็น 2 ชนิดนั้น

ก็เพราะว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ที่พวกเราคุ้นเคยกับเชื้อโรคกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นกันทุกปีประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 นี้เป็นการกลายพันธ์ของเชื้อไวรัสซึ่งจากเดิมเป็นไวรัสอินฟลูเอนซา มาเป็นชนิด H1N1

ซึ่งไวรัสชนิดใหม่นี้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทำให้เวลาที่ป่วยแล้วค่อนข้างที่จะอันตรายเป็นอย่างมาก สำหรับช่องทางการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ก็เป็นช่องทางเดียวกันกับที่ติดโรคไข้หวัดธรรมดา นั่นก็คือทางการสัมผัส ทางการหายใจ การจาม การใช้สิ่งของร่วมกัน และแหล่งที่แพร่เชื้อโรคก็ยังเป็นแหล่งเดียวกันนั่นก็คือ ตามห้างสรรพสินค้า  ตามโรงเรียน หรือตามจุดที่มีหนาแน่น

หากใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการเหมือนกับคนที่เป็นไข้หวัดธรรมดา มักแยกกันไม่ออก แต่อาการของคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงมากกว่า และโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนมีสูงกว่า ที่สำคัญโรคที่แทรกซ้อนมักจะอันตรายกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดามาก

ซึ่งบางครั้งอันตรายจนถึงแก่ชีวิตเลยก็มี โดยอาการของไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีไข้ขึ้นสูงมากกว่า 40 องศาและมักจะมีอาการไข้ติดต่อกันหลายวันมีการปวดเมื่อยเนื้อตัวและไม่มีแรง และการกินยาแก้ไข้หวัดธรรมดาจะไม่สามารถรักษาอาการได้ควรมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น

เพราะหากใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนมากมักจะน่ากลัวตรงที่จะมีโรคแทรกซ้อนอย่าง เช่นโรคปอดอักเสบ , โรคสมองอักเสบ ซึ่งหากเราไม่แน่ใจว่าเราเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ก็ให้สังเกตอาการดูเพราะหากเป็นไข้หวัดธรรมดาอาการจะไม่รุนแรงมากพักผ่อนแค่ไม่เกิน 3 วันก็หาย แต่หากมีอาการรุนแรงไอหนักมาก มีน้ำมูกเยอะมาก ไข้สูงไม่ยอมลดทั้งที่กินยาลดไข้แล้วและเป็นไข้นานเกิน 3 วันแล้วก็ยังไม่หายสันนิฐานได้เลยว่าไข้หวัดใหญ่ให้รีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

ข้อมูลด้านการใช้ยา ของคนไทย

ข้อมูลด้านการใช้ยา ของคนไทย
เมืองไทยมีมูลค่าการบริโภคยาราวๆ ร้อยละ 41 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากยิ่งกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเสียอีก ซึ่งประเทศเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายด้านยาต่อค่าใช้จ่ายสุขภาพเพียงแค่ปริมาณร้อยละ 10-20 เท่านั้น ข้อมูลที่ได้มาจากการศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย จากการบริโภคยาอย่างไม่เหมาะสมในทุกระดับอีกทั้งในสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน การใช้ยาในชุมชนโดยยิ่งไปกว่านั้นยาที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ยาต้านจุลชีพ ยาสเตียรอยด์ ยาชุด ฯลฯ

โดยในปี 2555 มีงานศึกษาวิจัยพบว่า คนเจ็บ 19.2 ล้านคนมียาในครอบครองเกินความจำเป็นไปมาก รวมทั้งเมืองจะต้องสูญเสียงบประมาณจากการมีไว้ในครอบครองยาเกินจำเป็นราว 2,370 ล้านบาท/ปี

ชัยณรงค์ สังข์จ่าง ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความเห็นว่า วัตถุประสงค์ของการใช้ยามีเหตุผลเป็นการมุ่งให้ประชากรใช้ยาโดยสวัสดิภาพ แม้กระนั้นปัญหาหลักของการใช้ยาเป็นความนึกคิดความรู้สึกของคนภายในชุมชน การใช้ยาสำหรับในการฆ่าเชื้อเป็นความเชื่อแบบผิดๆ ของคนส่วนมาก เลยจำต้องแก้ไขที่สาเหตุสำคัญ ไม่ใช่เน้นที่หน่วยงาน อาทิเช่น จำต้องสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงแนวทางความคิด เน้นย้ำงานติดต่อสื่อสาร งานในพื้นที่ แล้วหน่วยงานอื่นๆ ก็จะขยับตาม

หลบหลีกการใช้ยาอย่างไม่สมเหตุผล เพื่อแก้ปัญหาดื้อยา
พวกเราสามารถหลบหลีกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการดื้อยาได้อย่างง่ายๆ ด้วยตนเอง โดยการขอคำแนะนำหมอ หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาทุกครั้ง แม้มีปัญหานิดๆ หน่อยๆ ดังเช่นว่า ปวดหัว สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ แต่ว่าควรจะกินตามขนาดของยาที่ระบุ ยกตัวอย่างเช่น 1 เม็ดทุก 6 ชั่วโมง และไม่ควรจะรับประทานต่อเนื่องกันเกิน 5 วัน ถ้ายังไม่หายดีควรจะเจอหมอเพื่อตรวจสุขภาพอย่างประณีต ยิ่งไปกว่านี้การรับประทานยาอย่างรอบคอบ เช่น ยาแก้อักเสบ ยาสำหรับใช้ในการฆ่าเชื้อต่างๆ ไม่สมควรซื้อรับประทานเองโดยเด็ดขาด เพราะว่าถ้าหากรับประทานยาในระหว่างที่มิได้มีเชื้อโรคให้ฆ่า หรือไม่ได้มีลักษณะอาการอักเสบอะไร จะมีผลให้มีการดื้อยาตามมาได้

การดูแลตนเองให้ห่างไกลโรคไขมันพอกตับและโรคต่างๆ

เนื่องจากเรามีคนสนิทใกล้ชิดและคนรอบๆข้าง หรืออาจจะเป็นคนที่เรารักและเคารพอาจจะเป็นความดันโลหิตสูงและ ไขมันพอกตับ ซึ่งเราจะมีวิธีรักษาหรือดูแลคนที่เรารักด้วยวิธีไหนได้บ้าง เรามาหาวิธีดูแลบุคคลที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงกันดีกว่า

ก่อนอื่นเราต้องทราบในเรื่องของอาการของคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเสียก่อนว่าพวกเขาเป็นโรคความดันจากสาเหตุไหน ซี่งสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นส่วนใหญ่จะเป็นโดยกรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อม

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูงด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่การที่เรากินยาเพื่อทำการรักษานั้นไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาโดยตรงเพราะเป็นการรักษาหรือช่วยเยียวยาเท่านั้น เพราะหากมีการหยุดทานยาอาการเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงก็จะกลับมาในทันที

หากมีการรักษาความดันหรือกระทำการใดๆก็ตามที่ทำให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติอยุ่ตลอดเวลา จะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่นๆได้อีกด้วย

อย่างที่ทราบกันดีว่าการเป็นความดันโลหิตสูงนั้น ไม่มีอาการใดๆที่จะสื่อว่าเป็นโรคเลย ซึ่งนั้นก็จะทำให้เราเกิดความรักษาที่ลำบาก ต้องคอยสังเกตุตนเองอยู่เสมอว่าเรานั้นมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น หากมีอาการที่ผิดปกติก็ควรรีบทานยาเพื่อรักษาอาการความดันในทันที

วิธีการรักษาโรคความดันนี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทด้วยกัน

  • การรักษาโดยการใช้ยาเพื่อการรักษา
  • การรักษาโดยไม่ต้องพึ่งยาในการรักษา

การรักษาโดยทั่วไปหากรู้ว่าตนเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงนั้น ก็มักจะรักษาอาการด้วยการทานยา ตามคำสั่งของแพทย์ และเป็นการดูแลและควบคุมอาการไปด้วย

แต่สำหรับการรักษาโดยที่ไม่ต้องพึ่งยานั้น เรสามารถรักษาด้วยตนเองได้ด้วยวิธีการ ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้ตนเองเครียดจัด ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ และควรหลีกเลี่ยงอาการที่ประกอบไปด้วยรสชาติที่จัดจ้าน หรือมีรสเค็มจัด

ผู้สูงอายุนั้นมีการรักษาโรคนี้ได้ค่อนข้างยากกว่าวัยอื่นๆ แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราจะต้องดูแลเพราะเป็นการดูแลที่ค่อนข้างยากพอสมควร ซึ่งการรักษาผู้สูงอายุนั้นจะต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง นันก็รวมไปถึงการทานยาและการควบคุมน้ำหนักสำหรับวัยสูงอายุนี้ด้วย เพราะพวกท่านไม่ได้แข็งแรงอย่างวัยรุ่นๆอย่างเรา การจ่ายยาหรือการให้ออกกำลังกายมากเกินไปจึงไม่สใมควร เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นแต่ผลอาจจะทำให้แย่ลงหรือทรุดลงได้นั่นเอง

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจทำจนเคยชิน

พฤติกรรมทำลายสมองที่คุณอาจทำจนเคยชินกับมัน จนในที่สุดก็กลายเป็นนิสัยที่คุณอาจเลิกไม่ได้ ทั้งนี้พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คุณมีความสุ่มเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ เกี่ยวกับสมอง และกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว ดังนั้นวันนี้เราจึงมีพฤคิกรรมเสี่ยงมาเตือนคุณ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย
1. กิน-ดื่มมากจนเกินพอดี
กินเก่งแล้วมันผิดตรงไหน ใครๆ ก็ชอบการที่ได้กินของอร่อยๆ ทั้งนั้น คำตอบของคำถามนี้ก็คือ ไม่ผิด หากกินอยู่ในความพอดี เพราะถ้ากินจนเกินความต้องการของร่างกาย จะกลายไปเป็นพลังงานส่วนเกินส่งผลเสียต่อสุขภาพ และการบริโภคอาหารเครื่องดื่มจนมากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย ระบบประสาทและสมอง จากผลวิจัยของสถาบันการแพทย์ Mount Sinai School of Medicine นั้นระบุว่า การกินดื่มที่มากเกินความต้องการของร่างกายนั้น ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินในร่างกายทำงานผิดปกติ และอาจเป็นการนำไปสู่โรคอ้วนหรือเบาหวานได้

2. ทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
ด้วยการทำงานในปัจจุบันเต็มไปด้วยการแข่งขัน และมีความเข้มข้นสูง เพราะฉะนั้นการที่มีคนที่มีความสามารถทำงานได้หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน มันช่างตอบโจทย์การทำงานเสียจริง เพราะฉะนั้นในปัจจุบนจะพบคนประเภทนี้เยอะมาก โดยที่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ เป็นสกิลที่คนทำงานต้องมี แต่ความเป็นจริงนั้นมันกลับทำร้ายสุขภาพอย่างยิ่ง มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุว่า การทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันเปรียบเสมือนการใส่ยาพิษทีละน้อยให้กับสมองของคุณเอง จากงานวิจัยนั้นพบว่า คนที่ทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน หรือ รับข้อมูลจากสังคมดิจิทัลหลายทางในทุกๆวัน จะมีปัญหาในเรื่องของความจำ เมื่องานนั้นผ่านพ้นไปแล้วจะไม่สามารถจดจำรายละเอียดที่สำคัญได้ ซึ่งจะแตกต่างจากคนที่ทำงานอย่างเดียวให้เสร็จแล้วค่อยทำงานอย่างอื่นต่อ ซึ่งจะจำในรายละเอียดของงานที่ทำได้ดีกว่า

หยุดพฤติกรรมกระตุ้นความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูงมีอาการอย่างไร? “ความดันโลหิตสูง” ไม่มีลักษณะอาการที่ตายตัวนัก แต่มันมักจะมาพร้อมกับโรคอื่น เช่น โรคหัวใจวาย กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ไตวาย ตามัว เป็นต้น “ความดันโลหิตสูง” จะมีความอันตรายมากหากไม่รักษา และไม่ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงต่อโรค และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนมากมาย

สาเหตุของการมีความดันโลหิตสูงเกิดขึ้น เพราะอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การเที่ยวโดยดื่มหนักหรือสูบบุหรี่หนัก หรือแม้กระทั่งการอยู่ในที่ที่มีการสูบบุหรี่ ซึ่งเราก็จะได้สูดดมควันเหล่านั้นเข้าไปด้วย จากสถิติพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักพบว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงที่ช่วงอายุ 45 ปี ส่วนผู้หญิงจะพบในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป จริงๆ แล้ว ภาวะความดันโลหิตสูงสามารถถูกส่งต่อผ่านทางพันธุกรรมได้อีกด้วย

สาเหตุที่ไปกระตุ้นความดันโลหิต
– ในผู้ที่มีกำลัง อ้วนลงพุง จะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นคือภาวะหลอดเลือดตีบแคบและไปกระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
– ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ไม่ดูแลรักษาสุขภาพจนกลายโรคเบาหวาน จะยิ่งทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น หัวใจทำงานหนักขึ้น ความดันโลหิตก็มีโอกาสสูงขึ้นได้อีก
– การสูบบุหรี่จะยิ่งทำให้อาการแย่ลงไปอีก เพราะสารเคมีในบุหรี่จะไปทำลายผนังหลอดเลือดแดงได้ เป็นสาเหตุให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
– การดื่มแอลกอฮอล์และความเครียด รวมถึงโรคเรื้อรังก็มีส่วนด้วยเช่นกัน
– การกิน เป็นอีกสาเหตุสำคัญ ที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ ได้แก่..
• วิตามินดี การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีน้อยไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง
• อาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำเข้าไปมากและเกิดภาวะความดันโลหิตสูงชั่วคราว
• อาหารที่มีโพแทสเซียมน้อยเกินไป ทำให้ไม่สามารถรักษาระดับของโซเดียมในเซลล์ได้ ทำให้เกิดภาวะโซเดียมเกินในเลือด

ตับต้องการการดูแลจาก Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ

ตับต้องการการดูแลจาก Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ

ตับของเราเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก และยิ่งไปกว่านั้นตับเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุด ดังนั้นการบำรุงตับหรือดูแลตับจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดอีกด้วย หากเราเป็นโรคตับเราควรทำอย่างไรดี จะดูแลตนเองอย่างไร

วิธีการดูแลตัวเองหลังรู้ว่าเป็นโรคเกี่ยวกับตับ

ก่อนอื่นอธิบายถึงเรื่องของการค้นพบตับอักเสบบีนั้น เราสามารถพบได้ที่ของเหลวในผู้ติดเชื้อด้วยการตรวจจาก การตรวจเลือด น้ำอสุจิ และของเหลวในช่องคลอด และด้วยวิธีอื่นๆได้อีกหลายอย่าง การติดต่อด้วยวิธีการต่างๆนั้นเราเกิดจากที่ของเหลวในร่างกายของผู้ที่เป็นโรคผ่านเข้ามาในร่างกายของเราหรือคนอื่นๆ และถึงแม้ว่าของเหลวเหล่านั้นจะผ่านเข้ามาได้ปริมาณที่น้อยมากจนคนเรามองไม่เห็นก็ตาม แต่สำหรับเชื้อโรคนั้นก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้อย่างแน่นอน ยิ่งสำหรับบุคคลที่มีอายุน้อยมากเท่าไหร่ในตอนที่ได้รับเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย จะยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากขึ้นไปอีก ซึ่งการดูแลหลังจากนี้จะเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก

เมื่อไม่ทำการรักษาแบบต่อเนื่องจะทำให้โรคโตขึ้นไปด้วยหรือไม่

จากกรณีนี้แล้วส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคเหล่านี้มาจากการคลอดบุตร เพราะเชื้อไวรัสตัวนี้มักจะติดต่อจากแม่ที่มีเชื้อนี้อยู่แล้วไปสู่ทารกของตน ซึ่งจะพบมากในประเทศที่กำลังพัฒนาในระหว่างช่วงของวัยเด็ก จากเด็กคนหนึ่งไปสู่เด็กอีกคนอาจจะเกิดขึ้นได้จากแผลต่างๆหรือจากทางน้ำลายก็เป็นได้

ส่วนบุคคลในวัยที่เป็นผู้ใหญ่หรือที่เรียกว่าโตๆนั้น ส่วนใหญ่ที่เป็นโรคตับอักเสบบีได้ด้วยวิธีติดต่อกัน มาจาก การมีเพศสัมพันธุ์กับผู้ที่มีเชื้อไวรัสนี้ หรืออาจจะเป็นผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี โดยจากการไม่สวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน หรืออาจจะเกิดขึ้นด้วยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสหรือผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี

โรคตับอักเสบบี ติดต่อโดยการใช้อุปกรณ์ร่วมกับผู้อื่น เช่น

การใช้แปรงสีฟันร่วมกัน การใช้มีดโกน หรือการของใช้อื่นๆที่มีเลือดติดอยู่ การใช้อุปกรณ์สักที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีหรือสะอาด หรือผ่านวิธีการรักษา แบบฝังเข็ม และคนเราไม่สามารถติดโรคตับอักเสบบีได้จาก การไอ การกอด แมลงกัดต่อย ให้ห้องน้ำร่วมกัน สระว่ายน้ำ เป็นต้น หากเรากลัวการเกิดโรคเกี่ยวกับตับ ก็ควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรออกกำลังกายบ้าง ที่สำคัญต้องทาน Artichoke สมุนไพรบำรุงตับ เพื่อเป็นการช่วยอีกทางหนึ่ง