น้ำหนักตัวที่มากมีผลต่อการรักษาหูตึงหรือไม่?

หลายคนยังไม่ทราบว่าน้ำหนักตัว หรือที่เราเรียกว่าคนอ้วนนั้นมีผลอะไรต่อการโรคทางการได้ยิน ความจริงก็คือโรคเรื้อรังที่ต้องรักษาอยู่ตลอดเวลาจนกว่าสุขภาพจะดีขึ้นหรือต้องลดน้ำหนัก เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไขมันในเลือดสูง ที่ต้องใช้ยาบางชนิดเป็นประจำ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัจจัยให้ประสาทหูเสื่อมเร็วขึ้นได้มากกว่าปกติ 

เมื่อรู้ข้อมูลแบบนี้แล้ว จึงเป็นเรื่องสำคัญมากว่าเราต้องดูแลรักษาสุขภาพให้อยู่ในเกณฑ์ดีอยู่เสมอ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจแทรกซึมมาแบบที่เราเองก็ไม่รู้ตัว และเพื่อไม่ให้การรักษาเป็นไปได้ยากมากขึ้น เราควรศึกษาหาข้อมูลเพื่อให้การดูแลตัวเองเป็นในทางที่ถูกต้องด้วย 

อย่างที่บอกไปในย่อหน้าแรกว่ายาบางชนิดให้ผลการรักษาที่เห็นผลด้านหนึ่ง แต่ก็อาจเป็นอันตรายต่ออีกด้านหนึ่ง ซึ่งในแง่ของข้อดีข้อเสีย แพทย์ที่ทำการรักษาจะเป็นคนพิจารณาให้เราเอง เพียงแต่เบื้องต้นเราต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้อยู่ในระดับที่เป็นปกติให้มากที่สุด ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายควบคู่กันไป ไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างดีที่สุด แต่ให้เน้นที่การมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นหลัก 

อาการที่ส่งสัญญาณว่าคุณเริ่มมีอาการประสาทหูเสื่อม และสังเกตได้ง่ายที่สุดคือเริ่มได้ยินไม่ชัดในระดับเสียงพูดที่ปกติ โดยถ้าเป็นบ่อยและรีบไพบแพทย์ก็จะได้รับการตรวจรักษาได้อย่างทันท่วงที บางรายอาจรักษาได้หายเป็นปกติ ซึ่งก็ต้องแล้วแต่เคสกันไป แต่สำหรับคนที่มีปัญหาทางการได้ยิน และมีน้ำหนักตัวมาก กำลังรับการรักษาอยู่ ต้องระวังโรคที่แทรกซ้อนที่ตามมาจะทำให้ประสาทหูของคุณเสื่อมมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นอันตรายต่อการรักษา 

คำแนะนำสำหรับคนไม่อยากมีปัญหาทางการได้ยิน สิ่งแรกที่ทำได้เลยก็คือการไม่เอาตัวเองไปอยู่ในที่เสี่ยง ระดับเสียงที่เกิน 80 เดซิเบล ติดต่อกันนานกว่า 8 ชั่วโมง เป็นอันตรายกับชีวิตมาก เสี่ยงต่อการเป็นโรคประสาทหูเสื่อม นำมาซึ่งอาการหูตึง หูหนวก หูดับได้ในที่สุด และนอกเหนือจากนั้นยังมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ จากการที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์ จะยิ่งทำให้การรักษาประสาทหูเป็นได้อย่างยากลำบาก สุดท้ายคนที่ไดรับผลกระทบมากที่สุด ก็คือตัวผู้ป่วยเอง 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าได้ตื่นตระหนก เพราะอาการประสาทหูเสื่อมนั้นมีได้หลายสาเหตุ เช่น น้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการบ้านหมุน ได้ยินเสียงดังแบบฉับพลัน เช่นเสียงระเบิด หรือกลุ่มคนที่มีอายุมาก ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางหูได้ทั้งหมด ถ้าดูแลตัวเองดีก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล  

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

วิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังให้มีการใช้งานได้นานกว่าเดิม

เนื่องจากเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันนี้มีขายกันมากมาย ดังนั้นส่วนใหญ่มักจะมีการใช้งานที่ค่อนข้างจะหมดอายุเร็วกว่ากำหนด ซึ่งถ้าหากเรามีวิธีการใช้งานที่ผิดไปจากวิธีใช้หรือมีการดูแลที่ผิดๆนั้น จะส่งผลให้การใช้เครื่องช่วยฟังหมดสภาพในการใช้งานที่เร็วขึ้นได้อย่างแน่นอน

หลักการง่ายๆที่ช่วยให้เครื่องช่วยฟังมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น

เรามักทราบกันดีเกี่ยวกับเรื่องของอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังดี ซึ่งจะมีหลากหลายเหตุผลด้วยกันที่ก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพง่าย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็มีเรื่องของรุ่น แบรนด์ พฤติกรรมในการใช้การเก็บรักษา และรวมไปถึงการดูแลเครื่องช่วยฟังอีกด้วย 

ซึ่งการดูแลอย่างถูกวิธีหรือการใช้งานแบบมีการทะนุถนอมก็เป็นส่วนที่จะสามารถช่วยในการยืดอายุในการใช้งานได้เป็นอย่างดีอีกนะ ซึ่งในบทความนี้เราจะขอแนะนำเคล็ดลับในการดูแลเครื่องช่วยฟังอย่างถูกวิธีให้แก่ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องช่วยฟังให้ดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อจะได้มีเครื่องช่วยฟังไว้ใช้นานๆ

การเก็บรักษาอุปกรณ์ไว้ในที่เหมาะสม

การเก็บอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังนั้นไม่ใช่ว่าจะวางไว้ตรงไหนก็ได้ หรือสามารถวางทิ้งไว้มั่วๆได้ เพราะเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นแนวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ควรวางไว้ในเขตที่มีอุณหภูมิที่ค่อนข้างชื้น เพราะจะก่อให้เกิดการเสียหายขึ้นได้ ดังนั้นเราควรเก็บเครื่องช่วยฟังเหล่านี้ไว้ในสถานที่ที่มีอากาศแบบเป็นการถ่ายเทสะดวก หรือเก็บไว้ในพื้นที่แห้ง 

ซึ่งข้อห้ามที่ไม่ควรทำเด็ดขาดนั้นก็คือ ไม่ควรนำเครื่องช่วยฟังไปไว้ใกล้บริเวณที่เป็นพื้นที่ชื้นหรือเปียก และไม่ควรใช้กระดาษไม่ว่าจะเป็นกระดาษอะไรก็ตาม ห้ามนำมาห่อหุ้มโดยเด็ดขาด

ห้ามนำเครื่องช่วยฟังโดนน้ำหรือห้ามนำไปล้างน้ำโดยเด็ดขาด

อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการทำเครื่องช่วยฟังนั้น ล้วนเป็นอิเล็กทรอนิกส์ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตาม ซึ่งข้อห้ามที่เราต้องระวังและไม่ควรทำป็นอย่างยิ่งนั้นก็คือห้ามโดนน้ำหรือห้ามนำอุปกรณ์เครื่องช่วยฟังนี้ไปล้างน้ำโดยเด็ดขาด เพราะหากมีการเปียกน้ำหรือมีการเปียกชื้นอาจจะก่อให้เกิดการช็อตกับเครื่องช่วยฟังของคุณ

การแก้ไขหากมีการเปียกน้ำหรือโดนน้ำ หากเครื่องช่วยฟังของคุณมีการโดนน้ำหรือเปียกน้ำให้คุณรีบเช็ดทำความสะอาดในทันที ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการรีบนำถ่านหรือแบตออกมาเช็ดทำความสะอาดให้แห้งให้เร็วที่สุด

วิธีการรักษาเครื่องช่วยฟังที่ง่ายที่สุดและเป็นการปลอดภัยที่สุดนั้น สามารถทำได้โดยการใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาด โดยไม่ต้องใช้นำยาอะไรทั้งสิ้น และควรเช็ดให้เบามือเท่าที่จะทำได้