ชายเร่ร่อนถูกฆ่า เพราะมีคนหวังเอาเงินฌาปนกิจ

          เมื่อวันที่ 9 เดือนตุลาคมปีพศ2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแถลงการจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าชายเลขอั้นตายตรงบริเวณใต้สะพาน  สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เดือนตุลาคมปีพศ2563 เมื่อมีชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ใต้สะพาน

ถูกฆ่าเสียชีวิตโดยลักษณะของการถูกฆ่านั้นถูกฟันด้วยอาวุธมีดซึ่งในเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสันนิษฐานเอาไว้ว่าการเร่ร่อนน่าจะมีการทะเลาะวิวาทกับคนอื่นและถูกฆ่าตาย

               แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลลงไปปรากฏว่าชาวบ้านในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นแจ้งว่าใช้ได้ร่อนคนดังกล่าวไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใครเลยจึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาสาเหตุที่แท้จริงจนสามารถตามจับกุมตัวคนร้ายที่ลงมือฆ่านายอนันต์ได้

ซึ่งคนร้ายนั้นก็คือสัปเหร่อที่ชื่อว่านายปั่นแก้วโดยสัปเหร่อคนดังกล่าวให้การรับสารภาพว่าได้รับการจ้างวานมาจากนางบัวลอยอายุ 61 ปีให้ลงมือมาฆ่านายอนันต์โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท

             ซึ่งทางด้านนายปั่นแก้วได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า   นางบัวลอยที่เป็นคนกลางวันนั้นได้พยายามติดต่อมาหาตนเองเป็นระยะเวลานานเกือบเดือนเพื่อขอร้องให้ตนเองนั้นไปฆ่านายอนันต์ซึ่งเป็นชายได้ร่อนในตนเองก็ปฏิเสธเรื่อยมาจนเมื่อวันที่ 4

เนื่องจากกินเหล้าเมาจึงได้ไปลงมือสังหารนายปั่นแก้วในที่สุดและหลังจากนั้นก็ทำลายหลักฐานและไม่ได้หนีหายไปไหนเพราะคิดว่าผู้ที่เสียชีวิตนั้นเป็นชายได้ร่อนคงไม่มีใครสนใจที่จะสืบสวนสอบสวนแต่ในที่สุดก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้

                  อย่างไรก็ตามแต่เมื่อสอบสวนไปยังนางบัวลอยเธอให้การปฏิเสธว่าเธอไม่ได้มีการตั้งให้นายปั่นแก้วเป็นคนไปฆ่าเธอเพียงแค่จ้างให้ไปทำร้ายร่างกายเพราะเธอไม่พอใจที่คนตายนั้นชอบเอาชื่อเสียงของเธอไปพูดคุยกับคนอื่นทำให้เธอนั้นได้รับความเสียหายจึงเกิดความไม่พอใจอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบเชิงลึกลงไป

ปรากฏว่าเหตุการณ์ค่าในครั้งนี้น่าจะเป็นการทำเป็นขบวนการโดยหวังเอาเงินฌาปนกิจศพเนื่องจากว่ามีการตรวจสอบพบว่านั่งบัวลอยได้นำชื่อของนายอนันต์ผู้ตายเข้าสมาชิกฌาปนกิจศพเอาไว้และถ้าหากตายก็จะได้เงินประกันจำนวน 2 แสนบาทซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่านี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายอนันต์ถูกฆ่าตายก็เป็นไปได้ 

               และเหตุการณ์ในครั้งนี้น่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดกับนางบัวลอยซึ่งก็คือภรรยาของนายอนันต์เองเนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้ว่าได้มีการนำรายชื่อของนายอนันต์ไปเข้าสมาชิกฌาปนกิจศพอีกแห่งหนึ่งเอาไว้

ซึ่งคนที่ออกเงินค่าสมาชิกให้นั้นเป็นนางบัวลอยและภรรยาของนายอนันต์ออกกันคนละครึ่งและถ้าหากว่านายอนันต์เสียชีวิตจะทำให้ทั้งภรรยาของนายอนันต์และนางบัวลอยได้รับเงินประกันคนละครึ่งนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ