ผลกระทบไข้โควิด 19 ในประเทศไทย

หลังจากวิกฤตสภาวะที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับโรคไข้โควิด 19 ในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้มีผลขยายวงกว้างออกไปทั่วโลก และดูแน้วโน้มว่ามีโอกาสที่ขยายๆ ขึ้นไปอีก

ซึ่งมาตรการการรักษาหรือป้องกันของแต่ละประเทศก็จะแตกต่างกันไป บางประเทศเริ่มมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางประเทศก็เริ่มทยอยรักษาและช่วยให้คนไข้หายได้มากขึ้นเหมือนกัน และบางประเทศก็ต้องเสียบุคคลากร อย่างเช่นหมอหรือพยาบาลที่เสียสละและต่อสู้ช่วยเหลือเพื่อรักษาคนไข้หลายๆ คนให้หายจากอาการเหล่านี้

แล้วประเทศไทยหล่ะจะเป็นยังไง ซึ่งนับตั้งแต่ภาวะที่เกิดขึ้นมา คนไทยต้องรับมือและป้องกันตัวเองด้วยการหาหน้ากากอนามัย หรือเจลล้างมือเข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งบางคนก็หาได้ และบางคนก็หาไม่ได้ ซึ่งหลังจากที่เริ่มมีข่าวว่าคนไทยบางคนเริ่มติดเชื้อไข้โควิดนั้น ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวล และหวาดระแวงกันมากขึ้น

จนถึงบางบริษัท หรือบางองค์กรต้องมีคำสั่งห้ามไม่ให้คนที่เข้าข่ายภาวะสุ่มเสี่ยง มาทำงานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไว้ก่อน  จึงทำให้ตอนนี้สถานการณ์ในประเทศไทยเริ่มมีความวิตก และกังวลพ่วงกันเป็นลูกโซ่ เพราะพอคนเริ่มไม่ได้ทำงาน

ยิ่งถ้าเป็นลูกจ้างรายวันแล้วด้วย จะทำให้พวกเค้าเหล่านั้นไม่มีรายได้ และมีเงินหรือกำลังพอที่จะซื้อหรือจับจ่ายใช้สอยของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตอยู่ในแต่ละวัน นั่นจึงผลกระทบไปต่อผู้ค้า พ่อค้าและแม่ค้า ที่ไม่รู้จะขายของให้กับใคร มีแต่คนขายแต่ไม่มีคนซื้อ และนั่นจึงทำให้เป็นลูกโซ่ ที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ ขาดรายได้ไปอีก

ส่วนองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ก็มีผลกระทบ ยิ่งพวกธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มพังกันเป็นโดมิโน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว พวกไกด์หรือคนนำเที่ยวก็ไม่มีรายได้ พอนักท่องเที่ยวไม่มา โรงแรมหรือที่พักก็ไม่มีคนพัก พอโรงแรมหรือที่พักไม่มีคนใช้บริการ พนักงานก็ไม่มีงานทำ เพราะทางเจ้าของธุรกิจก็ต้องหยุดกิจการ ถึงแม้จะไม่ได้บอกการเลิกจ้าง

แต่เป็นการให้หยุดโดยที่ไม่ได้รับรายได้ หรือแม้แต่สายการบินยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสีแดงหรือสีม่วง ตอนนี้ต้องหยุดไฟลท์บินกันเป็นว่าเล่น เพราะไม่มีคนเดินทางออกไปเที่ยวซึ่งต่อให้กล้าเสี่ยงที่จะบินไปเที่ยว แต่ประเทศที่คุณบินไปจะเข้าประเทศเค้า

เค้าก็ไม่ต้อนรับ เพราะประเทศเค้าเองก็มีมาตราการการป้องกันเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกสักระยะอย่างน้อยก็เกือบ 3 เดือน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ปากท้องของพนักงานลูกจ้างและ เจ้าของธุรกิจ จะทำกันอย่างไรต่อไป

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โรคไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่

ในแต่ละปีผู้คนส่วนมากมักจะเป็น โรคไข้หวัดและโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเราจะพบผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้จากคนทุกกลุ่มแต่ที่จะพบมากเป็นพิเศษก็คือกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งไข้หวัดใหญ่จะพบว่าเป็นกันมากยิ่งในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว

ซึ่งการไข้หวัดใหญ่จะเป็นการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเจ้าเชื้อไวรัสที่สร้างปัญหาชนิดนี้คือไวรัสอินฤลูเอนซา  ในปัจจุบันไข้หวัดใหญ่แบ่งออกมากลุ่มได้สองกลุ่มก็คือไข้หวัดใหญ่ที่มักจะเป็นตามฤดูกาล นั่นก็คือมักจะเป็นในช่วงหน้าฝนกับหน้าหนาว และไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ ซึ่งเราเรียกว่าสายพันธ์ใหม่ 2009 การที่เรามีการแบ่งกลุ่มไข้หวัดใหญ่ไว้เป็น 2 ชนิดนั้น

ก็เพราะว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลนั้นเป็นไข้หวัดใหญ่ที่พวกเราคุ้นเคยกับเชื้อโรคกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นกันทุกปีประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 นี้เป็นการกลายพันธ์ของเชื้อไวรัสซึ่งจากเดิมเป็นไวรัสอินฟลูเอนซา มาเป็นชนิด H1N1

ซึ่งไวรัสชนิดใหม่นี้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทำให้เวลาที่ป่วยแล้วค่อนข้างที่จะอันตรายเป็นอย่างมาก สำหรับช่องทางการติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ก็เป็นช่องทางเดียวกันกับที่ติดโรคไข้หวัดธรรมดา นั่นก็คือทางการสัมผัส ทางการหายใจ การจาม การใช้สิ่งของร่วมกัน และแหล่งที่แพร่เชื้อโรคก็ยังเป็นแหล่งเดียวกันนั่นก็คือ ตามห้างสรรพสินค้า  ตามโรงเรียน หรือตามจุดที่มีหนาแน่น

หากใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการเหมือนกับคนที่เป็นไข้หวัดธรรมดา มักแยกกันไม่ออก แต่อาการของคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงมากกว่า และโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนมีสูงกว่า ที่สำคัญโรคที่แทรกซ้อนมักจะอันตรายกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดามาก

ซึ่งบางครั้งอันตรายจนถึงแก่ชีวิตเลยก็มี โดยอาการของไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีไข้ขึ้นสูงมากกว่า 40 องศาและมักจะมีอาการไข้ติดต่อกันหลายวันมีการปวดเมื่อยเนื้อตัวและไม่มีแรง และการกินยาแก้ไข้หวัดธรรมดาจะไม่สามารถรักษาอาการได้ควรมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเท่านั้น

เพราะหากใครที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนมากมักจะน่ากลัวตรงที่จะมีโรคแทรกซ้อนอย่าง เช่นโรคปอดอักเสบ , โรคสมองอักเสบ ซึ่งหากเราไม่แน่ใจว่าเราเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ก็ให้สังเกตอาการดูเพราะหากเป็นไข้หวัดธรรมดาอาการจะไม่รุนแรงมากพักผ่อนแค่ไม่เกิน 3 วันก็หาย แต่หากมีอาการรุนแรงไอหนักมาก มีน้ำมูกเยอะมาก ไข้สูงไม่ยอมลดทั้งที่กินยาลดไข้แล้วและเป็นไข้นานเกิน 3 วันแล้วก็ยังไม่หายสันนิฐานได้เลยว่าไข้หวัดใหญ่ให้รีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv